ปาฏิหาริย์รักจากดวงดาว (Silence)

ละคร “ปาฏิหาริย์รักจากดวงดาว” (Silence) นำเสนอเรื่องราวความรักระหว่าง “ชีเหว่ยอี้” นักธุรกิจชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมซึ่งถูกพ่อบงการชีวิตตั้งแต่เล็กจนโตจึงโหยหาชีวิตที่เป็นอิสระและเป็นสุข แต่สุดท้ายกลับพบว่าตนเองเป็นโรคร้ายแรงและกำลังจะตายในไม่ช้า กับ “จ้าวเซินเซิน” เด็กสาวในความทรงจำที่สวยงามของเหว่ยอี้ คุณสูญเสียความชำนาญในด้านการพูดหลังประสบอุบัติเหตุ และต้องสูญเสียพ่อแม่ตั้งแต่ยังเด็ก แต่ยังคงมองโลกในแง่ดี สดใสร่าเริง และรักความเป็นธรรม

เกริ่นนำ

 

 

 

ละครเปิดฉากด้วย ‘เสียง’ ของ “ชีเหว่ยอี้” ที่ถามคนดูว่าเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับ “ลัคกี้สตาร์” ไหม? (ภาพในละครเผยให้เห็นมือใครคนหนึ่งซึ่งกำลังทำสัญลักษณ์มือ “ลัคกี้สตาร์”) เขาอธิบายว่าสัญลักษณ์มือดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นคือรหัสเชื่อมต่อ หากเราทำสัญลักษณ์มือที่ว่าบนโลกมนุษย์ คนที่รักเราแต่จากเราไปแล้วจะได้ยินเสียงโหยหาอาวรณ์ของเราและจะนำพาความสุขใจมาให้ หลังจากนั้นภาพก็ตัดไปที่ “จ้าวเซินเซิน” ซึ่งเดินตรงไปยังท้องสมุทรตามลำพัง คุณเงยหน้ามองฟ้าด้วยใบหน้ายิ้มแย้มพลางบอกคนดูว่า ทุกครั้งที่มองท้องฟ้าคุณจะนึกถึงเด็กชายคนหนึ่งซึ่งคุณไม่มีวันลืม คุณทำสัญลักษณ์มือ “ลัคกี้สตาร์” แล้วยกขึ้นไปบนท้องฟ้าก่อนบอกว่า เด็กคนนั้นก็คือ…’เขา’ คนที่มอบ ‘ความทรงจำ’ ที่สวยงามที่สุดในชีวิตให้กับคุณ

 

 

เซินเซินเล่าเรื่องราวของคุณให้คนดูฟัง โดยบอกว่าพ่อของคุณเป็นชาวเกาหลี หลังท่านเสียชีวิต (ตอนที่คุณยังเด็กมาก) แม่ก็พาคุณกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านเกิดของแม่โดยหาเลี้ยงชีพด้วยการขายข้าวหน้าเนื้อย่างจานโปรดของพ่อ คุณชอบยืนดูแม่ทำเนื้อย่าง ทั้งยังชอบขอให้แม่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพ่อ ซึ่งแม่จะสุขสบายทุกครั้งเมื่อเล่าถึงช่วงเวลาที่เคยใช้ชีวิตอยู่กับพ่อ และนั่นก็ทำให้คุณพลอยสุขสบายไปด้วย ครอบครัวคุณมีเพื่อให้นบ้านชื่อ “ลุงจั่ว” เขาเคยร่วมทำธุรกิจกับพ่อจึงมักเป็นห่วงเป็นใยคุณกับแม่เสมอ ทั้งยังคอยดูแลคุณเหมือนเป็นบุตรสาวคนหนึ่ง แต่ทว่าลุงจั่วกลับชอบทุบตีและมักตะคอกใส่ “จั่วจวิน” (ลูกชาย) เป็นภาษาจีนกวางตุ้ง (ดาราที่สวมบทลุงจั่วเป็นชาวฮ่องกง) เพราะเขาไม่ว่านอนสอนง่ายเหมือนคุณ (ซ้ำยังเถียงคำไม่ตกฟาก) ถึงกระนั้นจั่วจวินก็ไม่เคยรู้สึกรู้สา แถมยังคงสุขสบายดีและชอบเล่นสนุกไปวันๆ อย่างกับชีวิตนี้ไม่มีอะไรเป็นแก่นสาร จนกระทั่งวันนั้น… วันที่จั่วจวินพาคุณโดดเรียน

 

 

อยู่ๆ ก็มีรถเก๋งคันหนึ่งวิ่งตัดหน้ารถเมล์คันที่คุณกับจั่วจวินโดยสารมาแบบกระชั้นชิดเป็นเหตุให้รถชนกัน หลังจากนั้นรถเมล์ก็เสียหลักพลิกตะแคงก่อนไถลไปตามถนน ในตอนนั้นคุณสะดุ้งกลัวมากและคิดว่าคงไม่รอดแน่ จั่วจวินรีบอุ้มคุณไปส่งโรงพยาบาล (เป็นโรงพยาบาลเก่าแก่และโรงพยาบาลเดียวในเมืองนั้น) พลางร้องเรียกหมอทั้งที่เขาเองก็เจ็บไม่น้อย คุณพยายามร้องวิงวอนแต่กลับไม่สามารถเปล่งเสียงอะไรก็แล้วแต่ออกมา (ในตอนนั้นเหว่ยอี้กำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลดังกล่าวข้างต้น จึงเห็นเซินเซินถูกอุ้มเผ่านาโดยมีบาดแผลตามร่างกาย) หลังพยายามรักษาด้วยวิธีการต่างๆ แต่ไม่เป็นผล ในที่สุด “หมอซู” จึงบอกแม่ของคุณว่า คุณคงช็อคกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงมีปัญหาเรื่องการพูดชั่วคราว เมื่อลุงจั่วรู้เข้าก็ดุด่า ทุบตี และโทษว่าเป็นความผิดของจั่วจวิน แถมยังบอกให้จั่วจวินดูแลรับผิดชอบคุณชั่วชีวิตหากคุณไม่สามารถพูดได้อีกต่อไป นั่นจึงเป็นนัดแรกที่คุณเห็นจั่วจวินรู้สึกผิดจนพูดไม่ออก (จั่วจวินยอมให้พ่อลงโทษโดยไม่โต้เถียงสักคำ)

 

 

 

ขณะรักษาตัวในโรงพยาบาล คุณไม่ต้องการจะเชื่อว่าตนเองอาจพูดไม่ได้ตลอดชีวิตเลยวิ่งขึ้นไปบนดาดฟ้าโรงพยาบาล จากนั้นก็พยายามเปล่งเสียงตะโกนอย่างสุดความถนัดแต่กลับไม่มีเสียงใดๆก็ตาเล็ดลอดออกมา อยู่ๆ คุณก็ความคิดว่ามีตัวเองโดดเดี่ยวและสิ้นหวังเหมือนเป็นมนุษย์ต่างดาวจากนอกโลก เพราะมนุษย์ต่างดาวไม่สามารถสื่อสารกับคนบนโลกได้แต่รู้และเข้าใจว่าคนบนโลกคิดอะไร ด้วยเหตุนี้คุณจึงทิ้งข้อความ (ถึงมนุษย์ต่างดาว) ไว้ในช่องลับภายในสถานที่หลบภัยร้าง (สถานที่หลบระเบิดช่วงสงครามของโรงพยาบาล) ทั้งที่รู้ว่าเป็นไปไม่ได้แต่คุณยังคงเฝ้ารอ โดยแอบหวังว่าสักวันจะมีใครสักคนจากนอกโลกโผล่มาที่นี่และไม่ปล่อยให้คุณโดดเดี่ยวเปลี่ยวเหงาอีกต่อไป ปรากฏว่าบ่ายวันนั้นคุณได้รับข้อความตอบกลับจากมนุษย์ต่างดาว (เหว่ยอี้) ซึ่งอ้างว่าตนมาจากดาวอังคาร

ขณะที่คุณจะนำข้อความที่เขียนถึงเพื่อให้นต่างดาวไปใส่ไว้ในช่องลับ เหว่ยอี้ซึ่งยังคงบาดเจ็บที่ขาก็เดินเผ่านาในที่หลบภัย คุณจึงยื่นข้อความตอบกลับให้ ‘มนุษย์ดาวอังคารใส่เฝือก’ เองกับมือ ครั้นมองว่าเขากลัวแมลงสาบ คุณจึงช่วยจัดการแมลงสาบเจ้ากรรมให้ เขาอ้างว่าแมลงสาบเป็นตัวซวยสำหรับมนุษย์ดาวอังคารจากนั้นก็วิ่งหนีไป ครั้นได้เห็นเพื่อให้นต่างดาวตัวเป็นๆ คุณอดผิดหวังนิดๆ ไม่ได้เพราะเขาผิดจากที่คุณคิดเอาไว้ แถมยังเป็นมนุษย์ดาวอังคารที่กลัวแมลงสาบอีกต่างหาก

 

 

 

หลังจากนั้นคุณบังเอิญพบเขาหลบมายืนพิงต้นไม้ใหญ่ตามลำพัง พลางหลับตาพริ้มขณะสวมหูฟังเช่นเดียวกันกับเขาเป็นคนเดียวที่เหลืออยู่ในโลก นั่นจึงทำให้คุณเข้าใจว่าทำไมเขาถึงบอกว่าตนเองเป็นมนุษย์ดาวอังคาร เพราะเหล่ามนุษย์ต่างดาวที่อยู่บนโลกมนุษย์ล้วนอ้างว้างโดดเดี่ยว คุณยังพบด้วยว่าดาดฟ้าโรงพยาบาลเป็นสถานที่ลับสำหรับการปลีกวิเวกอีกแห่งของมนุษย์ต่างดาว หลังพบกันโดยบังเอิญอีกทีบนดาดฟ้าคุณกับเขาก็นั่งทานข้าวกล่องมื้อเย็นด้วยกัน เขาเห็นข้าวหน้าเนื้อย่างที่แม่คุณทำมาให้แล้วอดใจไม่ไหว จึงเอ่ยปากขอแลกข้าวกล่องกับคุณและนั่งทานอย่างเอร็ดอร่อย ขณะเดินกลับห้องผู้ป่วยเขาดันถามเรื่องที่มนุษย์ต่างดาวไม่ควรถาม (ชื่อบนโลกมนุษย์ของคุณ) จากนั้นก็แนะนำตัวว่าตนชื่อ “ชีเหว่ยอี้” คุณจงใจเขียนชื่อเป็นภาษาเกาหลีลงบนสมุดโน้ตแล้วยื่นให้เขาดู เขาเลยเดาว่าคุณเป็นคนเกาหลีและที่คุณไม่พูดเป็นเพราะภาษาจีนกลางไม่แข็งแรง

 

 

วันที่สองของการได้รู้จักเพื่อให้นใหม่ แม่ของคุณประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตขณะจะนำข้าวหน้าเนื้อย่างมาส่งให้คุณที่โรงพยาบาล (ก่อนแม่เสียชีวิตลุงจั่วให้คำมั่นว่าจะช่วยดูแลคุณ) หลังได้รับข่าวร้ายคุณรู้สึกเหมือนตัวเองสูญเสียโลกทั้งใบ ถึงพูดได้อีกทีจะมีประโยชน์อะไรบ้างที่อยู่ในเมื่อแม่ไม่มีวันได้ยินเสียงคุณอีกแล้ว ดูเหมือนว่ามนุษย์ดาวอังคารจะเข้าใจความเจ็บปวดของคุณ เขาเลยปลอบใจคุณด้วยการเล่าเรื่องลัคกี้สตาร์ให้ฟัง โดยบอกว่าสำหรับมนุษย์ดาวอังคารแล้วจะอยู่หรือตายไม่แตกต่างกันสักนิด เพราะคนที่จากโลกนี้ไปแล้วจะโบยบินไปยังแดน ‘แห่งนั้น’ เขาทำสัญลักษณ์มือแล้วยกทาบบนท้องฟ้า โดยบอกว่านี่เป็นรหัสลับที่รู้กันในหมู่มนุษย์ดาวอังคารเท่านั้น

เขาเล่าต่อว่าแดนแห่งนั้นคือ ‘สตาร์’ หรือคุณจะเรียกมันว่า ‘ลัคกี้สตาร์’ ก็ได้ คนที่จากโลกนี้ไปแล้วจะไปอยู่บนลัคกี้สตาร์เหนือฟากฟ้าและจะทอแสงระยิบระยับให้คุณ ไม่แน่ว่าบางทีตอนนี้แม่ของคุณอาจอยู่บนนั้น ท่านรู้ว่าคุณไม่ชอบพูดเลยอยู่บนนั้นทุกคืนแล้วพูดคุยกับคุณด้วยการส่องแสงระยิบระยับและยิ้มให้คุณ เขาสอนคุณทำสัญลักษณ์มือลัคกี้สตาร์ (ทำภาษามือที่แปลว่า ‘รัก’ ทั้งสองมือแล้วนำมาประกบ (เกี่ยว) กันตรงนิ้วกลางกับนิ้วนาง จากนั้นนำนิ้วโป้งของมือซ้ายมาแตะนิ้วก้อยของมือขวา ยืดนิ้วชี้ตรงๆ จะเห็นเป็นสัญลักษณ์รูปดาวห้าแฉก) พลางบอกว่าคนที่อยู่บนลัคกี้สตาร์ล้วนเป็นคนดี ที่สำคัญหัวใจของพวกเขาเชื่อมโยงกับหัวใจของเรา เขาดันมือคุณ (ที่ทำสัญลักษณ์ลัคกี้สตาร์อยู่) ให้แนบอก (หัวใจคุณ) ก่อนบอกว่าตราบใดที่คุณรักและโหยหาอาวรณ์คนที่อยู่บนลัคกี้สตาร์ พวกเขาจะอยู่ ‘ตรงนี้’ ตลอดไป (เหว่ยอี้ชี้ที่มือของคุณซึ่งยังคงวางทาบหัวใจ)

 

คุณนึกถึงตอนที่แม่เล่าเรื่องพ่อให้ฟังอย่างเป็นสุข แม่บอกคุณว่าถึงพ่อจะจากไปแล้ว แต่ด้วยเหตุว่าแม่กับพ่อรักกันมาก พ่อจึงอยู่ในใจแม่เสมอ เขาเห็นคุณน้ำตาร่วงเลยบอกว่าแม่ของคุณไม่อยากให้คุณขี้แง จากนั้นก็ช่วยซับน้ำตาให้และบอกคุณว่าแม่อยากให้คุณใช้ชีวิตอย่างแฮปปี้ (คุณเลยรีบปาดน้ำตา) เขาเตือนคุณว่าวันนี้เป็นวันคริสต์มาสอีฟ ครั้นมีเสียงคนร้องเพลงดังแว่วมาตามลม เขาจึงบอกคุณว่าเสียงเพลงดังที่กล่าวมาแล้วเหมือนล่องลอยมาจากลัคกี้สตาร์ หลังจากนั้นเขาก็พาคุณเดินตามเสียงเพลงไปยังโบสถ์คริสต์เล็กๆ ขณะฟังเพลงจากลัคกี้สตาร์ คุณรู้สึกอบอุ่นและเป็นสุขใจเหมือนมีแม่อยู่เคียงคู่ (เหว่ยอี้จับมือให้กำลังใจคุณด้วย)

 

 

 

วันต่อมาเขาพาคุณไปฟังเพลงโปรดจากหูฟังด้วยกันใต้ต้นไม้ใหญ่ (ทั้งคู่จับมือกันขณะฟังเพลง) โดยบอกว่าเพลงนี้เป็นของมนุษย์ดาวอังคาร (เพลง “Try To Remember” ของวง Brothers Four) จึงมีเพียงมนุษย์ดาวอังคารที่ได้ฟัง หลังจากนั้นเขาก็แอบพาคุณหนีออกจากโรงพยาบาลเพื่อให้ไปเที่ยวสวนสนุกของมนุษย์ดาวอังคารทั้งที่ขาใส่เฝือก คุณแฮปปี้มากที่ได้ผจญภัยในแบบ ‘มนุษย์ดาวอังคารโอนลี่’ เป็นนัดแรกในชีวิต เขาคิดว่าตนพูดอยู่ข้างเดียวเลยเลิกพูดแล้วหันมาเขียนข้อความคุยกับคุณแทน

 

หลังจากนั้นเขาก็ชวนคุณเขียนข้อความที่อยากบอกกันและกัน โดยให้นำข้อความดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นไปเก็บซ่อนไว้ในช่องลับ (ภายในสถานที่หลบภัย) ครั้นพวกตนโตขึ้นจึงค่อยกลับมาอ่านและตอบข้อความนี้ เขาเสนอให้กลับมาที่นี่ตอนที่เขาอายุครบ 25 ปี ซึ่งก็คือปี ค.ศ. 2006 ทั้งคู่จึงสัญญาว่าจะกลับมาที่นี่อีกรอบใน ‘วันคริสต์มาส ปี 2006’ (วันนี้เป็นวันคริสต์มาส) อยู่ๆ มนุษย์ดาวอังคารก็ถามว่าคุณชอบเขาไหม เขาเห็นคุณยืนนิ่งเลยบอกให้ตอบวันพรุ่งนี้และเดินจากไป คุณบอกคนดูว่าที่ตนยืนนิ่งไม่ใช่ไม่อยากตอบ ก็แค่กำลังครุ่นคิดว่ามนุษย์ต่างดาวควรเผยความในใจอย่างไรดี คุณยังไม่ทันได้ตอบเขาก็หนีไปก่อนแล้ว คุณรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้ตอบเขา คุณอยากบอกว่าเขาเป็นเพื่อให้นเพียงคนเดียวของคุณ และคุณก็ชอบเขามากในฐานะเพื่อให้น… เพื่อให้นที่เป็นมนุษย์ต่างดาวเช่นเดียวกับคุณ