เจจุงวอน ตำนานแพทย์แห่งโชซอน ตอนที่ 20

“ท่านพ่อคะ ข้า…ตอนนี้ข้า…ยอมรับการแต่งงานไม่ได้ค่ะ” ซ๊อกรัน กล่าว

“อะ อะ อะไรนะ?” แม่ซ๊อกรัน ตกอกตกใจกับคำพูดของบุตรสาว

ยูบอกกับบุตรสาวว่าถ้าหนังสือสู่ขอมาถึงเราเมื่อไหร่คงไม่สามารถปฏิเสธได้

 

“ข้ารู้ดีค่ะ รู้ว่าปฏิเสธไม่ได้ และรู้ดีว่าคุณชายเบ๊กสำคัญกับครอบครัวเรายังไง ข้ารู้ดีค่ะ”

“นี่เจ้ารู้จริงแน่เหรอ นี่เจ้าลืมแล้วเหรอว่าใครกันที่ยอมเสี่ยงตายเพื่อให้จะช่วย..ชีวิตของพ่อเจ้าไว้น่ะ และจนป่านนี้พ่อของเจ้าก็ยังถูกตรวจตราอยู่เลย เวลานี้เจ้ายิ่งควรแต่งงานกับตระกูลเบ๊กเข้าไปใหญ่ พ่อเจ้าถึงจะพ้นข้อหาได้น่ะ” แม่ซ๊อกรัน กล่าว

“อืม..พอเถอะ เจ้าเลิกพูดสักเดี๋ยวได้มั้ย?”

“จะให้ข้าอยู่เฉยได้ยังไงล่ะ ข้าเห็นหนังสือสู่ขอก็รู้ว่ามันมีค่าขนาดไหน แต่นางกลับพูดอะไรออกมา นี่ ลูกแม่ เจ้าทำอย่างนี้กับคุณชายเบ๊กไม่ได้นะ” แม่ซ๊อกรัน กล่าว

“ขอสองวัน ไม่สิ ขอให้ข้าได้คิดสักวันนึงนะ ข้าต้องการเวลาคิดน่ะ” ซ๊อกรัน กล่าว

“โอ้ย ลูกคนนี้ พึ่งได้รับหนังสือสู่ขอมา แล้วจะให้พ่อกับแม่ส่งกลับไปได้ยังไง”

“ท่านพ่อคะ”

“งั้นก็แล้วแต่เจ้าเถอะ” ยู กล่าว

 

“โอ้ย ท่าน ๆ ๆ ท่านพี่ นี่ท่าน นี่ท่านทำอะไรน่ะ?”

“ที่จริงเรื่องนี้ ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในชีวิตลูกเรา นางควรมีเวลาคิดซักหน่อย” ยู กล่าว

“ขอบคุณมากค่ะ ขอบคุณมากค่ะท่านพ่อ”

“งั้นเจ้า ก็ออกไปเถอะ”

“ไม่นะ ท่านพี่ ทำแบบงี้ไม่ได้นะ ซ๊อกรัน ๆ”

“พอเถอะ นั่งลง ๆ มานี่มา นั่งลง ๆ”

“ท่านพูดอะไร ปล่อยไปอย่างงี้ได้ยังไง นี่ ถึงพรุ่งนี้ก็จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงอยู่ดีนั่นแหละ” แม่ซ๊อกรัน กล่าว

 

 

มักเซง บอกชิลบก ว่าให้กลับไปบอกคุณชายเบ๊กว่า นายท่านไม่ค่อยสบาย จะให้คนถือหนังสือไปพรุ่งนี้ ด้านซ๊อกรัน เดินทางไปหาบัณฑิตฮวางที่เจจุงวอน

“เมื่อคืนข้าได้อ่านหนังสือเล่มนึง บอกว่าร้อยปีก่อนฝรั่งเศส เคยเกิดปฏิวัติครั้งใหญ่ ฝรั่งเศสในตอนนั้น แปลงเป็นประเทศที่ล่ามนายแพทย์ ทนายเป็นคนที่สังคมเคารพ”

“ครับ”

“ภายหลังที่อเมริกาเลิกทาสเมื่อ 20 ปีก่อน ทุกคนในสังคมก็มีความเท่าเทียมกันหมด ท่านว่ามหัศจรรย์มั้ย?”

“ครับ น่าอัศจรรย์มาก เรื่องในอเมริกา ข้าเองก็เคยได้ยินหมออัลเลนเล่าบ้างเหมือนกัน”

“โลกใบนี้มันกำลังจะเปลี่ยนไป และตอนนี้ โชซอนก็กำลังจะเปลี่ยนไปเหมือนกัน ท่านพ่อข้าก็เคยบอกว่าเมื่อหลายปีก่อน ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมี โรงพยาบาลอย่างเจจุงวอนเกิดขึ้นในโชซอนได้ ดูเป็นไปไม่ได้เลย แม้แต่ตัวข้าก็ไม่เคยคิดฝันว่าจะได้มาทำงานในเจจุงวอน ความฝันที่เคยแม้แต่ฝันยังไม่กล้า แต่สุดท้ายเรื่องพวกนี้กลับแปลงเป็นความจริงขึ้นมาได้ ดังนั้นไม่ว่าจะ มีอุปสรรคขวางกั้นมากเท่าไหร่ ข้าก็มั่นใจว่าจะเผชิญหน้ากับมันได้ คือข้า.. คิดอย่างงี้น่ะ”

“ครับ ใช่ครับ”

 

“วันนี้ ข้าเพิ่งจะจะได้รับหนังสือสู่ขอ คุณชายเบ๊กขอข้าแต่งงานน่ะ”

“เรื่องนั้นข้ารู้แล้ว”

“วันพรุ่งนี้ท่านพ่อ จะให้คนนำหนังสือตอบรับไป แต่ข้าบอกท่านพ่อว่า ในตอนนี้ข้ายังไม่ยอมรับคำขอแต่งงานของคุณชายเบ๊กน่ะ ท่านไม่มีอะไรจะพูดกับข้าบ้างเลยเหรอ ช่วยบอกทีว่าข้าควรทำยังไง?”

หมอเฮรอน เจอโดยังจึงสอบถามว่าไม่มีอะไรบอกกับตนหรือ

 

“คือผมได้ยินมาจากพระราชาแล้ว คุณปลอมลายเซ็นของผม เพื่อให้ไปช่วยเหลือล่ามยู”

“ท่านผอ. เรื่องนั้นผมขอโทษด้วย แต่สภาวะตอนนั้นบีบบังคับผม ผมไม่มีเวลาคิดหาวิธีอื่น”

“ไม่มีเวลาคิดคุณจึงปลอมแปลงจดหมาย โดยคิดว่าจะไม่มีใครรู้? มิสเตอร์เบ๊ก คุณเป็นคนที่น่ากลัวมาก” หมอเฮรอน กล่าวอย่างไม่ไว้หน้า

“แต่การซื้อกำมะถันเพื่อให้ทำยาเป็นความจริง”

“บอกแล้วว่าผมไม่ได้รับการฝากฝังใดจากหมออัลเลน”

“พวกข้าหาพยานมาได้แล้ว จริงอยู่ที่ความจริงแล้วเราควรจะพาพยานคนนั้นมาหาท่าน ผอ.ก่อน แต่ตอนนั้นไม่มีเวลามากพอจริง ๆ โปรดเข้าใจเราด้วย เพราะสำหรับข้า ล่ามยูเปรียบเหมือนพ่อแท้ ๆ ถ้าพ่อของท่านต้องถูกคนอื่นกล่าวหาจนต้องถูกประหารชีวิตบ้าง ท่าน ผอ.จะทำยังไงครับ ข้าทำทุกอย่างก็เพื่อให้ช่วยคน หวังว่าท่านจะเข้าใจข้า” โดยัง กล่าว

“แต่ถ้าผมไม่ยอมพูดโกหกไป คุณรู้สึกตัวมั้ยว่า คุณควรต้องถูกลงโทษในข้อหาหนักมาก”

“โกหกไปงั้นเหรอ?”

“ถูกต้องแล้ว ผมพูดโกหกกับพระราชาว่าที่นักศึกษาเบ๊กพูดกับท่านไปในวันนั้น ทั้งหมดนั่นเป็นความจริงทุกอย่าง”

“ท่าน ผอ. ขอบคุณท่านมาก ขอบคุณมากเลยครับ”

“ไม่ต้องขอบคุณผม เพราะที่ผมยอมโกหกไป ก็เพราะสักวันนึงควรต้องมีพยานที่จำเป็นต้องมาเพื่อให้การันตีในเรื่องนี้ ผมได้เขียนจดหมายหาดอกเตอร์อัลเลน เพื่อให้ขอการการันตีเรื่องนี้แล้ว ถ้าได้จดหมายรับรองมา ล่ามยูก็จะพ้นข้อหา อยู่ที่ช้าหรือเร็วเท่านั้น”

“ที่แท้ท่าน ผอ. ก็ลอบช่วยเหลือมาตลอด ข้าคิดไม่ถึงจริง ๆ”

“แต่ผมเป็นคนที่ยึดมั่นในหลักการ”

“ครับ เรื่องนี้ข้ารู้ดี”

“ถ้าหากมีเรื่องอย่างงี้เกิดขึ้นอีก แล้วคุณตัดสินใจทำอะไรโดยพลการละก็ ผมจะ..ไม่ยกโทษให้คุณอีกแน่ๆ”

“ครับ ข้าเข้าใจแล้วครับ”

ยองอิก กลับมาจากต้าชิง ก็เข้าเฝ้าพระเจ้าโกจง ได้รับคำชมจากพระมเหสีว่าความสามารถการวาดรูปพัฒนาไปมาก จากนั้นพระเจ้าโกจงตรัสว่าที่เรียกเข้าเฝ้าเพราะมีเรื่องที่เจจุงวอน

หมอเฮรอน สอนนักศึกษาแพทย์แล้วคุยเรื่องการสอบ

“ดูกระดูกตรงข้อนิ้ว เทียบกับมืออีกข้าง ไม่นาน เราก็จะเริ่มทำการสอบกันแล้ว คนที่ผ่านการสอบ จะได้รับโอกาสตรวจรักษาคนไข้ร่วมกับผม ไม่ก็กับดอกเตอร์ฮอร์ตั้น ภายใต้การควบคุมของพวกผมทั้งสองคน และใครที่สามารถทำคะแนนเป็นชั้นหนึ่ง ผมจะให้ประจำห้องตรวจโรค และสามารถรับรักษาคนไข้ของตนเองได้ อีกอย่าง หลังจากการสอบแล้ว คน ๆ นั้นยังจะได้เป็นผู้ช่วยผมในการผ่าตัดต้อกระจกตาอีกด้วย”

“เฮ้อ ข้าว่าที่หนึ่งไม่นักศึกษาฮวางก็ต้องเป็นนักศึกษาเบ๊กนี่แหละ” พอน กล่าว

“อย่างเราคงหมดหวัง” ฮัน กล่าว

“โดยัง เจ้ามั่นใจรึเปล่าหะ?” เจอุ๊ก ถาม

“แน่ๆ ข้าจะพยายามสุดกำลัง”

“นักศึกษาฮวาง” หมอเฮรอน เรียก

“ครับ”

“การตรวจโรคด้วยหูฟังของคุณยังไม่ครบ คุณต้องตรวจให้ครบจำนวนก่อน ถึงมีสิทธิสอบได้ และถ้าคุณตรวจคนไข้ได้ไม่ครบ ก็จะเท่ากับคุณสอบตก”

“ครับ”

ยองอิก เดินทางมาที่เจจุงวอน ถามหมอเฮรอน ตอนนี้คนไข้เยอะไหม

 

“ครับ ชาวโชซอนมองแพทย์ตะวันตกเปลี่ยนไป คนที่มารักษาเลยมากขึ้น คนไข้ที่ต้องนอนพักก็เพิ่มขึ้นด้วย คนไข้ต่างชาติที่มาก็ไม่น้อย”

“อืม ถือเป็นข่าวดีจริง ๆ ซี้ด..แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น เวลานี้พระราชาเอง..ก็ยังทรงเป็นห่วงโรงพยาบาลเจจุงวอน”

“ครับ”

“จริงอยู่เราวางใจที่ท่านเป็นคนบริหารที่นี่ แต่เหตุปัจจัยจากภายนอก เราก็จะไม่ป้องกันไม่ได้ วันนี้ข้าถึงได้รับพระบัญชาจากพระราชาให้มาตรวจ เผื่อว่า อาจมีเรื่องอะไรที่ต้องการให้ข้าช่วย”

“อืม ตอนนี้ในเจจุงวอน กำลังจะมีการผ่าตัดต้อกระจก ผมอยากให้ถูกเผยแพร่ออกไป”

“ผ่าตัดต้อกระจก โรคที่ลูกตาจะขุ่นมัว จนถึงสุดท้ายก็ทำให้ตาบอดนั่นน่ะเหรอ หมายความว่า ถ้าผ่าตัดแล้วจะทำให้กลับมามองเห็นได้เหรอครับ?”

“ใช่ ท่านเข้าใจถูกต้องแล้ว”

“ฮ่า ๆ ๆ ถ้าเป็นการผ่าตัดอัศจรรย์แบบงี้ เราก็ควรจะทำให้เจจุงวอนแปลงเป็นระดับสากลไปเลยสิ”

โก สอบถาม ฮวางจอง เรื่องหนังสือสู่ขอ ว่าจะทำอย่างไรต่อไป ฮวางจอง บอกว่าตอนนี้ตนห่วงแต่เรื่องการสอบ ใกล้ถึงวันสอบแล้ว ระหว่างนั้นใต้เท้ามินยองอิก เดินเผ่านา

“บันฑิตฮวาง สบายดีรึเปล่า?”

“ใต้เท้ามินเหรอ ท่านสบายดีรึเปล่าครับ?”

“ฮะ ๆ ข้าสบายดีอยู่แล้ว ข้าได้ยินคนพูดว่าเจ้าทำงานได้ดีมาก”

“ไม่ขนาดนั้นหรอก”

“ได้ยินจะสอบกันแล้ว ถึงเผ่านาเพราะคนสละสิทธิ? แต่หวังว่าคราวนี้เจ้าจะสอบได้ที่หนึ่งนะ..เข้าใจมั้ย?”

“แต่คนที่เก่งกว่าผ่านีเยอะเลยครับ”

“ด้วยความถนัดของนักศึกษาฮวาง จะคว้าที่หนึ่งคงไม่ยาก ท่านไม่ต้องเป็นห่วงครับ” โก กล่าว

“แน่ๆ ข้าเชื่อในตัวเจ้า จริงสิ ผ่านีจดหมายนำมาให้เจ้าด้วยนะ เป็นจดหมายที่ฝากมาจากอเมริกา หมออัลเลนเขียนมาน่ะ”มินยองอิกกล่าวและยื่นจดหมายให้ ฮวางจอง เปิดอ่าน

 

“ผมจากโชซอนมาตรงเวลาตั้งหลายเดือนแล้ว แต่ผมยังจำเรื่องราวทุกอย่างได้เหมือนพึ่งจะเกิดขึ้น ทุกมื้อที่กินข้าว ก็ชอบนึกถึงกิมจิ ที่มักเซงยกมาให้ แต่คนที่ทำให้ผมนึกถึงที่สุดก็คือมิสเตอร์ฮวางน่ะ ถึงผมจากเจจุงวอนมากะทันหัน แต่ผมก็ยังรู้สึกวางใจได้ว่า เจจุงวอนยังมีมิสเตอร์ฮวางอยู่ทั้งคน มิสเตอร์ฮวาง ผมนึกถึงคุณมาก เป็นยังไงบ้าง ถ้าหากคุณ..มีโอกาสได้มาเรียนต่อที่อเมริกากับผมคงไม่เลว ถ้าได้มาพร้อมกับซ๊อกรันด้วยก็ยิ่งดี เพราะที่นี่มีโอกาสที่มากกว่า”

“นึกถึงผอ.อัลเลนจังเนอะ”

“ใช่ เอ่อ จริงสิพี่ฮวาง ท่านลองเอาจดหมายฉบับนี้ เป็นข้ออ้างไปหาซ๊อกรันอีกรอบดีมั้ยใช้โอกาสนี้ลองชวนนางไปเรียนต่อที่อเมริกาด้วยกันดูสิ” โก กล่าว

แม่ซ๊อกรัน เรียกหมอดู มาดูตัวซ๊อกรัน

“โอ้ว เด็กสาวสวยอย่างกับนางฟ้าเชียวนะ”

“นี่ จะทำอะไรคะ?” ซ๊อกรัน ถาม

“บั้นเอวคุณคอดดี แถมมีตะโพกผายเต่งตึง อย่างงี้คลอดลูกไม่มีปัญหาหรอก แบบงี้ไม่ต้องเป็นห่วงเลยค่ะ”

“มันแน่อยู่แล้ว ข้าน่ะไม่ค่อยแข็งแรงจึงมีแค่บุตรสาวได้คนเดียว เลยเสียใจมาถึงวันนี้ ท่านช่วยตรวจดูดวงเวลาตกฟากให้หน่อย”แม่ซ๊อกรันกล่าว

“มีเวลาตกฟากของคุณชายด้วยเหรอคะ?” มักเซง ถาม

“ยังไม่ส่งหนังสือตอบรับจะมีได้ยังไง” แม่ซ๊อกรัน กล่าว

“แล้วท่านจะดูดวงพวกเค้ายังไงล่ะคะ?”

“ถ้ารู้กระทั่งวันตกฟากป่านนี้คงแต่งไปแล้ว”

“ท่านแม่คะ”

“เป็นไงบ้าง สองคนเหมาะกันมั้ย?”

“เป็นคู่ฟ้าประทาน”

“หา..สุดยอด ซ๊อกรัน เจ้าสองคนเป็นคู่ฟ้าประทาน”

“สองผัวเมีย จะมีชีวิตเป็นสุขมีกิน มีใช้บริบูรณ์ถือเป็นคู่ที่ไร้ที่ติ เหมือนดินเจอน้ำเกิดเป็นลำธาร เหมือนปฐพีก่อตัวเป็นขุนเขาอันยิ่งใหญ่ ครอบครัวจะรุ่งโรจน์รุ่งเรืองและเป็นเกียรติกับวงศ์ตระกูล”

“เป็นเกียรติกับวงศ์ตระกูล โอ้ว เรื่องดี ๆ อย่างงี้ ต้องเต้นรำฉลองหน่อยแล้ว”

“โอ๊ย นายหญิงคะ เรื่องเต้นรำอดทนไว้หน่อยเถอะ”

“นอกจากนี้ยังจะมีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง มีลาภยศสรรเสริญ จะครองคู่กันไปจนแก่เฒ่า คู่ที่ดวงสมพงศ์กันแบบงี้ หาได้ยากเป็นอย่างมาก อย่าปล่อยให้พลาดไปเด็ดขาดเชียวล่ะ เฮอะ ๆ”

“ถ้างั้น คือ..เรื่องบนเตียงจะเป็นไงบ้าง?” แม่ซ๊อกรัน กล่าว

“นายหญิง เรื่องนั้น..”

“นี่ เจ้าจะไปรู้อะไรเล่า นี่ มักเซง เจ้ารีบไปตามมาสิ” แม่ซ๊อกรัน กล่าว

“ค่ะ เดี๋ยวข้าไปตามเอง” มักเซง กล่าวแล้วออกไปตามซ๊อกรัน

 

“มาหลบอยู่ที่นี่เอง ข้านึกว่าท่านออกไปข้างนอก เลยวิ่งไปหาซะทั่วตลาด คุณหนู ข้าเข้าใจคุณหนูดีนะ แต่ท่านจะมานั่งกลุ้มใจก็ไม่มีประโยชน์แล้วล่ะ”

“ข้าอยากอยู่คนเดียว”

“ข้ารู้ว่าท่านเสียใจอยู่ ข้าเองก็เสียใจแทนคุณหนูอยู่เหมือนกัน เพราะถ้าหากเค้าเป็นลูกผู้ชายพอ อย่างน้อยก็ควรกล้าจะทำอะไรบ้าง เค้าควรยืดอกมาบอกว่า พวกเจ้าแต่งไม่ได้ ถ้าจะแต่งต้องผ่านศพข้าไปก่อน ควรพูดสิ่งที่ทำให้ผู้หญิงรู้สึกหวั่นไหวบ้าง ท่านว่าจริงมั้ย?”

“ข้าบอกแล้วว่าอยากอยู่คนเดียว”

“ถ้างั้น ข้าขอถามคุณหนูอีกคำเดียว เป็นคุณชายโดยังไม่ได้จริง ๆ เหรอ”

“เฮ้อ”

“โถ จะทำยังไงละเนี่ย คุณหนูถูกความรักครอบงำซะแล้ว” มักเซง กล่าว

 

ชุนฮวา และชุงจี มาที่เจจุงวอน ขอให้ฮวางจอง เป็นคนตรวจให้ แต่ฮวางจอง ปฏิเสธขอให้ไปนอกเจจุงวอน แล้วจะตรวจให้ ไม่เช่นนั้นให้หมอเฮรอนกับหมอฮอร์ตั้นตรวจแทนไปก่อน เมื่อชุนฮวา และชุงจี จะออกไปข้างนอก หมอเฮรอนคิดว่าจะปล่อยคนไข้กลับไปไม่ได้ สุดท้ายจึงอนุญาตให้นักศึกษาฮวางจองตรวจคนไข้ได้

ชุนฮวา และชุงจี รวมเงินกันซื้อสูทให้ฮวางจอง แต่เขาปฏิเสธไม่รับ

“ว้าว หมอฮอร์ตั้น ท่านว่าแหวนวงนี้สวยมั้ย?” โซซา ถาม

“ดูนี่สิ”

“โอ๊ย ๆ ข้าไม่เคยเห็นท่านใส่แหวนนี่นา” มียอง กล่าว

“นี่เป็นแหวนแต่งงาน มีคนขอฉันแต่งงานน่ะ” หมอฮอร์ตั้น กล่าว

“พวกฝรั่งเค้าไม่เขียนหนังสือสู่ขอ แต่ใช้แหวนขอแต่งงานเหรอ ?” โซซา ถาม

“ใช่ ที่ตะวันตก ถ้าผู้ชายให้แหวนกับผู้หญิง ก็มีความหมายว่าขอแต่งงาน แล้วเวลาขอแต่งงานจึงควรคุกเข่าบอกกับผู้หญิงว่า ผมรักคุณแต่งงานกับผมนะ”

“ผู้ชายต้องคุกเข่าให้กับผู้หญิงด้วยจริงเหรอ?” นังนัง ถาม

“ว้าว วิเศษที่สุดเลย ถ้าข้าเกิดในประเทศตะวันตกคงจะดี พวกเจ้าก็ดูออกใช่มั้ย ฮิ ๆ ว่าหน้าตาข้าดูเหมือนพวกฝรั่งเหมือนกัน ไม่ใช่แค่หุ่นเหมือนนะ โฮะ ๆ” โซซา กล่าว

“เฮ้อ เกิดเป็นผู้หญิงฝรั่งก็ดี” มียอง กล่าว

“โธ่ ถ้าต้องทำขนาดนั้นจะทนได้ยังไงกัน มันเสียศักดิ์ศรีเกินไปโอ๊ย โลกมันกลับตาลปัตรแล้ว”

 

“แต่จะว่าไปนะ ถ้าต้องการจะตบแต่งไปอยู่ด้วยทั้งชีวิต ทำแค่นี้ไม่เห็นจะมากไปเลยนี่ ผู้ชายตะวันตกนี่ ทั้งหล่อทั้งเป็นสุภาพบุรุษเลย” ชุนฮวา กล่าว

“เฮ้อ จะหล่อมากแค่ไหนก็เพียงแค่นั้นสิ่งที่ข้าต้องการ ก็คือให้มีผู้ชายมาคุกเข่ามอบแหวนแต่งงานให้กับข้าแล้ว พูดขอข้าแต่งงานบ้าง” มียอง กล่าว

 

เจอุ๊กเห็นโดยังถือแหวนก็สอบถาม โดยังบอกว่าเป็นแหวนของแม่ตน เป็นของมีค่าที่สุด ภายหลังที่แต่งงานกันแล้ว ตนจะสวมมันให้กับซ๊อกรัน

ฮวางจอง เห็นทหารต้าชิงมาจุดพลุเสียงดัง ก็นึกถึงช่วงที่ได้พบกับซ๊อกรันนัดแรก จึงตัดสินใจไปหาทางในตอนดึก

 

“ดึกป่านนี้แล้ว ท่านมีธุระอะไรเหรอ?”ซ๊อกรัน ถาม

“ผ่านีเรื่องต้องการจะคุยด้วย เลยมาหา วันนี้ข้าได้รับจดหมาย ที่แพทย์..หมออัลเลนส่งมาให้ข้า ละ แล้ว แล้ว และก็ วันนี้ ข้า…ข้ายัง ได้ตรวจคนไข้ ที่ยังไม่ครบจนหมด”

“ก็ดีแล้วนี่นา”

“คุ..คุณ..คุณหนู ขอ..ขอ ขอ ขอ แต่งงาน แฮ่ก ๆ ๆ รับคำขอแต่งงานจากข้าด้วย” ฮวางจอง กล่าว

 

 

 

 

 

 

ใต้เท้ามินยองอิก มาขอคูฮอน และโอ พิจารณาบัญชียาของเจจุงวอน เมื่อเจอุ๊ก รู้ก็ไปบอกโดยัง

“นี่เวลามาหลับเรอะ บัญชีกับออกของจำนวนยาในโกดังไม่ได้ตรงกันสักนิด แล้วยาพวกนั้นมันหายไปไหนกันแน่ มันระเหยขึ้นฟ้า หรือจมลงดินไปหมดรึไง?”

 

“เอ่อ ๆ แฮ่ม เรื่องพวกนั้น สรุปว่าข้าไม่ได้ทำอะไรผิด” คูฮอน กล่าว

“ท่าทางจะยังละเมออยู่มั้ง แฮ่ม นี่ท่านคงไม่ต้องการจะให้เรื่องจบลงที่ข้าใช่รึเปล่า?” ยองอิก กล่าว

“รับหมดแล้วครับ พอพวกข้าบอกว่าจะลดโทษให้ ผู้จัดการโอก็ยอมรับหมด”

“อ้อ ดีมาก เค้ารับสารภาพทุกอย่างหมดแล้ว ท่านก็รับผิดชอบด้วยตัวท่านเองแล้วกัน”

“เอ๋ รับ รับรับรับสารภาพอะไร ท่าน ท่านซึ่งก็คือเรื่องอะไรน่ะ?” คูฮอน ถาม

“เฝ้าที่นี่ไว้ให้ดี ไปได้” ยองอิก สั่งทหาร

“เฮ้..ใต้ ใต้เท้า คือว่ายาพวกนั้น ข้าไม่ได้เอาไปใช้คนเดียวนะ” คูฮอน กล่าว

ยองอิก สั่งทหารให้จับโอมัดแล้วนำตัวไป

“หุบปาก ผู้จัดการเบ๊กยอมรับมาหมดแล้ว พวกเจ้าขายยาแล้วเอาเงินไปใช้ด้วยกัน”

“เอาเงินไปใช้ด้วยกัน? ข้าไม่รู้ว่าเงินพวกนั้นได้มาจากการขายยา” โอ กล่าว

“ถูกต้อง เค้าคิดไว้แล้วว่าเจ้าควรต้องพูดแบบงี้ เค้าถึงบอกว่า พวกเจ้ากล่าวหาฮวางจองเรื่องห้องลองระเบิด”

“เค้าพูดเหรอ เค้าว่าข้าเป็นคนป้ายความผิดเหรอ หน็อยไอ้เจ้านี่ ถ้างั้น เค้าได้บอกรึเปล่าว่า การสอบเข้าเจจุงวอนปีก่อน ผู้จัดการเบ๊กเป็นคนขโมยใบคำตอบของฮวางจองมาเผา จนทำให้เค้าสอบไม่ได้”

“เหอะ อะไรนะ?” ยองอิก ถาม

“ใต้เท้า เป็นความผิดของข้าเอง ได้โปรดลงโทษข้าแทนด้วย” โดยัง เผ่านา

แม่ของซ๊อกรัน เร่งเร้าให้ยูรีบเขียนหนังสือตอบรับการขอแต่งงานขอโดยัง ยูจึงสอบถามบุตรสาวว่าตัดสินใจหรือยัง

 

“เรื่องแรก ข้าไม่ต้องการจะแต่งงานกับคุณชายเบ๊กค่ะ”

“หะ อะไรนะ นี่เจ้า…” แม่ซ๊อกรัน ถาม

“พูดต่อสิ” ยู บอกบุตรสาว

“เพราะว่า ผ่านีคนที่ข้ารักอยู่แล้ว ข้าจึงอยากที่จะคบหากับคนที่ข้ารักมากกว่าค่ะ”

“คบหา? คบหาอะไร เพื่อให้นกันก็ไม่ใช่ ชายหญิงไม่ควรใกล้ชิดคบหาอะไร? นี่ แล้วคนที่เจ้าชอบเป็นใครล่ะ? ตระกูลเค้าใหญ่โตเท่าคุณชายรึเปล่า เค้าหล่อกว่าคุณชายมั้ย เค้ามีอะไรเทียบ ได้บ้าง หรือว่า คนที่เจ้าชอบคือบัณฑิตฮวาง” แม่ซ๊อกรัน ถาม

“โธ่เอ้ย เจ้านี่ก็นะ เฮ้อ..” ยู ตำหนิเมีย

“เค้าต้องการเวลาอีกสักพักถึงจะมาพบพวกท่าน เพื่อให้มากราบอย่างเป็นทางการ”

“ต้องการเวลารึ?”

“ค่ะ ดังนั้นข้าเลยต้องการเวลาที่จะคบกับเค้าก่อน จะได้ใช้เวลานี้ศึกษากันและกัน”

“ซึงยอน เพื่อให้นของลูกน่ะ นางหย่ากับสามีแล้ว เจ้ารู้เรื่องนี้รึเปล่า?” ยู ถาม

“ซึงยอนน่ะเหรอคะ”

“ไม่อยากเชื่อเลย ตอนนั้น แม่ของนางโม้ซะน่าดูที่บุตรสาวได้แต่งงานกับตระกูลสูง โถ”

“ดังนั้น ข้าจะไม่ปฏิเสธเรื่องที่ซ๊อกรันบอกว่า ต้องการจะคบหากับคนนั้นก่อน”

“ท่านพี่ ซ๊อกรันของเราเหมือนซึงยอนซะที่ไหนกันล่ะ?” แม่ซ๊อกรัน กล่าว

“รู้มั้ยว่า ตอนนี้ที่ต้าชิงน่ะ ก่อนผู้หญิงผู้ชาย จะแต่งงานกัน ก็ต้องคบกันก่อนทั้งนั้นแหละ ใช้จดหมายแสดงความรู้สึก หรือความนึกถึงกัน เพื่อให้..ให้มีความรักและความผูกพันที่จะแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้นน่ะ”

“ค่ะ”

“แต่ถึงพ่อจะยอมให้พวกเจ้าคบหากัน แต่คนในสังคมคงไม่ได้คิดแบบงี้ เกรงว่าในสังคมโชซอนคงยากที่จะยอมรับมันได้ ดังนั้น เจ้าต้องระวัง พฤติกรรมของตนให้มากเข้าไว้ ในช่วงที่คบหาจะไปไหน ก็ต้องบอกคนที่บ้านก่อน เข้าใจมั้ย?”

“เข้าใจค่ะท่านพ่อ”

ฮวางจอง กลับมาด้วยอาการดีใจบอกให้ชักแทช่วยหยิกตัวเอง

“มีอะไร หรือว่าคิดจะหนีไปกับคุณหนูซ๊อกรันจริง ๆ ข้าได้ยินว่าเจ้าได้รับจดหมายจากหมออัลเลน เจ้าคงไม่คิดจะหนีไปอเมริกาหรอกนะ ถ้าเจ้าทำอย่างนั้น ข้าเอาเจ้าตายแน่”

“ไม่ใช่อย่างที่เจ้าคิดหรอก”

“อย่าพึ่งจะเริงร่าไปหน่อยเลย บรรยากาศที่นี่กำลังตึงเครียด”

“ทำไม มีอะไรเหรอ?”

“เมื่อกี้ไง พวกมือปราบจับผู้จัดการสองคนออกไปแล้ว” ชักแท กล่าว

“ทำไมล่ะ”

“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน ยามเฝ้าประตูกระจอกจะไปรู้อะไร หึ อ้อ ภายหลังที่เจ้าได้รูปถ่ายนั่นมา แล้วไม่ได้รับอะไรอีกเหรอ เฮ้อ ข้านี่ก็ขี้หลงขี้ลืมจริง ๆ บอกจะไปเยี่ยมท่านลุงลืมได้ไงนะ”

“นักศึกษาฮวาง เอ่อ ใต้เท้ามินให้มาเรียกท่านไปพบแน่ะ” มองชง เผ่านาตาม

ฮวางจอง รีบมาหาใต้เท้ามิน เมื่อมาถึงเขาเล่าเรื่องที่สืบมาให้ฟัง

“ในเวลานั้น เบ๊กโดยังแนะนำมา ข้าจึงตั้งเค้าเป็นผู้จัดการ และในเรื่องนี้ ข้ากับเบ๊กโดยัง ก็กำลังสำนึกในความผิดอยู่ พวกเค้าได้ทำเรื่องที่เลวร้ายที่สุด เพื่อให้จะช่วยเหลือเบ๊กโดยัง แต่หลังจากตรวจดูแล้ว พบว่าเบ๊กโดยังไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องทั้งหมด นอกจากนี้ ข้ายังได้รู้อีกว่า ตอนที่มีการสอบเข้าเจจุงวอนผู้จัดการเบ๊กได้ทำการสับเปลี่ยนกระดาษคำตอบของ ฮวางจองไป พวกเค้าทำผิดต่อหน้าที่ผู้จัดการมาก”

“สับเปลี่ยนกระดาษคำตอบเหรอ?”

“ใช่ ในตอนนั้นเจ้าถึงได้สอบไม่ผ่านไง”

“ถ้าเป็นอย่างนั้น ผมจะปลดพวกเค้าออก” หมอเฮรอน กล่าว

“แต่ จะปลดพวกเค้าอาจจะยากหน่อย” ยองอิก กล่าว

“แต่อย่างงี้มันไม่ยุติธรรมนะ ตราบใดที่เจจุงวอนยังมีผมอยู่ก็ต้องทำตามกฎสิ”

“ไม่ว่ายังไง ผู้จัดการก็ยังกินเงินเดือนของแผ่นดิน เพราะฉะนั้น เรื่องการไล่ออก ให้ข้าเป็นคนจัดการเอง”

“เช่นนั้น ก็จัดการไล่พวกเค้าซะ”

“ท่าน ผอ. ถ้าพวกเค้าสำนึกผิดแล้วจริง ๆก็ให้อภัยพวกเค้าสักครั้งเถอะ ข้าคิดว่าเค้าจะปรับปรุงตัวใหม่ ได้โปรดให้อภัยเค้าเถอะ” ฮวางจองกล่าว

ยู นัดเจอโดยัง ที่ร้านน้ำชา เมื่อเขามาถึงก็บอกว่าไม่สามารถตอบรับคำสู่ขอการแต่งงานได้

 

“ท่านจะช่วย..บอกเหตุผลกับข้าได้มั้ย” โดยัง ถาม

“ท่านให้เกียรติส่งหนังสือสู่ขอมา ข้ารู้สึกขอบคุณอย่างมาก แต่เรื่องนี้แม้พวกข้าจะรู้สึกเป็นเกียรติมาก แต่ก็เป็นความหนักใจเช่นกัน ทำให้เรา..ไม่ได้ตอบรับในทันที ภายหลังที่ข้าได้ลองคิดทบทวนอยู่หลายครั้ง พวกข้ารู้ว่าทำแบบงี้ไม่เป็นธรรมสำหรับท่าน แต่ก็หวังว่าคุณชายจะเข้าใจที่ข้าจำต้องตัดสินใจอย่างนี้ คุณชายโดยัง คงจะหาตระกูลที่เหมาะสมกว่าตระกูลของข้าได้อย่างมาก”

“แล้วซ๊อกรันล่ะ ตัวของซ๊อกรันคิดยังไง?”

“ซ๊อกรันก็ทำตามความเห็นข้า ข้าเป็นคนตัดสินใจ”

“ข้าส่งหนังสือไปกะทันหัน คงทำให้คุณสะดุ้งไม่น้อย ข้าต้องขอโทษท่านด้วย”

“โอ้ ไม่ใช่อย่างนั้น คนที่ควรขอโทษต้องเป็นข้าต่างหาก”

โดยัง ได้เจอฮวางจอง ก็สอบถามว่าสอบคราวนี้เตรียมตัวไปถึงไหนแล้ว เพราะคนที่ได้ที่หนึ่งจะได้เป็นผู้ช่วยในการผ่าตัด แถมยังมีโอกาสที่จะได้ตรวจคนไข้ของตนอีกด้วย ฮวางจอง บอกว่าตนเองก็อยากได้ที่หนึ่งแต่คิดว่าไม่ง่าย

 

“ข้า.. ก็ต้องการจะได้ที่หนึ่งเหมือนกัน คนที่สอบได้ที่หนึ่งจะเป็นแพทย์แผนตะวันตกคนแรก ข้ายอมทิ้งการไปเรียนต่ออเมริกาเพื่อให้สิ่งนี้ นี่เป็นหนึ่งในเหตุผล ที่ข้ายอมเรียนที่เจจุงวอน”

“แล้วเหตุผลอีกข้อของท่านคืออะไรล่ะ?” ฮวางจอง ถาม

“เป็นเพราะว่า ซ๊อกรันไงล่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นข้ายิ่งควร.. จำเป็นต้องทำมันให้ได้”

เมื่อถึงวันสอบ หมอเฮรอน กลับหมอฮอร์ตั้น สั่งให้ทุกคนเปลี่ยนที่นั่งตามที่กำหนด หลังการสอบเมื่อมีการประกาศผลฮวางจองสอบได้ที่หนึ่ง โกได้ที่สอง ส่วนพอนได้ที่สาม ด้านโดยังสอบได้ที่สี่ ส่วนเจอุ๊ก ถูกจับได้ว่านำโพยเข้าไปจึงถูกให้สอบซ่อม ด้านซ๊อกรัน มายินดีกับฮวางจอง

 

 

“ฮ่า ๆ ๆ ๆ แหม เพราะโชคดีที่ได้ดินสอของคุณหนู เลยทำให้ข้าทำข้อสอบได้ดี ตอนสอบอย่างกับคำตอบมันไหลออก ออก ๆ ๆ มา ไหลออกมาเองเลยเลยจริงนะ ฮะ ๆ ๆ อูย ข้าไม่คิดไม่ฝันเลยจริงๆ ข้าทำความรู้การแพทย์ทั่วไปกับสอบผ่าตัดไม่ดี”

“แต่สอบวินิจฉัยโรคท่านได้เอบวก ข้าว่าเด็กนักเรียนคนอื่น คงเสียคะแนนไปกับอันนี้ไม่น้อยแน่”

“แหม ๆ ๆ ไม่ใช่หรอก ข้ายังคิดอยู่เลยว่าข้าใช้เวลาตรวจนานเกิน”

“คนที่วินิจฉัยโรคถูกอาจจะมีท่านคนเดียว ก็ได้ใครจะรู้ล่ะ งั้นจากนี้ไปท่านก็สามารถจะไปตรวจคนไข้เองได้แล้ว แถมยังได้เป็นผู้ช่วยในการผ่าตัดตาด้วย”

“ใช่” ฮวางจอง กล่าว

“ข้าเตรียมของมาฉลองให้คุณด้วย”

“นี่อะไรครับ?”

“ท่านก็ลองเดาดูสิ”

“ว้าว นี่ขนมต๊อกนี่ แถมยังใส่ดอกชินดัลแลด้วย”

“ขนมต๊อกชินดัลแล คราวก่อนตอนได้กินดอกชินดัลแลด้วยกันน่ะข้าก็คิดไว้แล้วว่า จะลองทำให้คุณได้ลองกินดู”

“ของดี ๆ แบบงี้ ข้าจะกล้ากินได้ยังไง”

“แม้กระนั้นข้าไม่ได้ใส่ไส้อะไรเลยนะ ทำแบบง่าย แค่ทอดน้ำมันนิดหน่อยเท่านั้นเอง”

“เอ่อ ๆ ข้ากินเองก็ได้ อืม อร่อยที่สุดเลยครับ”

“อร่อยจริง ๆ เหรอ อร่อยจังเลย ฮิ ๆ”

“ข้าบอกแล้วไงว่าอร่อย หึ ๆ”

โดยังผิดหวังกับผลการสอบอย่างมาก เจอุ๊กจึงกล่าว

 

“เฮ้อ ก็ให้มันแล้วไปเถอะน่า ถึงไม่ได้เป็นหมอมันก็ไม่ตายหรอก หนอย..เจ้าฮวางจองมันแก้แค้นเรา ชัด ๆ เราเคยไปสับเปลี่ยนข้อสอบ พวกนั้นเลยขึ้นบัญชีเรา เก่งอย่างเจ้ายังได้ที่สี่เป็นได้ยังไง เจ้าพวกเลวพวกนั้นมันให้ข้าสอบตก นังหมอฮอร์ตั้น..ต้องไปฟ้องหมอเฮรอนแน่ๆเลย ไม่งั้นไม่มีทางที่ข้าจะสอบตกหรอก โอ้ย.. เฮ้อ มาถึงตอนนี้ แล้วเจ้าจะทำยังไงต่อ ที่หนึ่งก็ถูกมันแย่งไป ผู้หญิงยังมาถูกแย่งอีก”

“หุบปาก” โดยัง ตวาด

“อึ้ย อะไรเนี่ย.. อะไร..”

ที่เจจุงวอน จะมีการเปิดให้ชมการผ่าตัดต้อกระจกตานัดแรกของโชซอน โกถามฮวางจอง ว่าเห็นโดยังบ้างมั้ย

“ตอนนี้ข้าก็ไม่เห็นเค้าแม้แต่เงา คงเพราะเดี๋ยวนี้ไม่มีเรียน ข้าได้ยินคนเล่าว่าเค้าไปดื่มเหล้าที่หอนางโลมทุกวัน”

“ตอนผ่าตัดเค้าคงมาดูมั้ง” ฮวางจอง กล่าว

“นี่เป็นโอกาสดีที่เค้าได้เรียนรู้วิธีผ่าตัด เค้าไม่มีทางพลาดหรอกค่ะ” ซ๊อกรัน กล่าว

“คือ..ห้องผ่าตัดทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วค่ะ” นังนัง กล่าว

“ท่านผอ.ให้ผ่านาเรียกพวกท่านออกไปรับแขก” มองชง กล่าว

วาตานาเบ้ จะเดินทางไปเจจุงวอน ซูซูกิ ถามว่าวันนี้จะเปิดโปงคนฆ่าสัตว์นั่นรึเปล่า

“เอ่อ ยังไม่ได้ แฮ่ม เรื่องสำคัญวันนี้คือต้องดูการผ่าตัดต้อกระจก ผมจะไปหัดให้เป็น จะได้นำมาใช้รักษาในโรงพยาบาลเรา”

“อ้อ รอให้เสร็จการผ่าตัดก่อนใช่มั้ย?”

“ถูกต้องแล้วครับ ก่อนอื่นใดเรา ต้องไปขโมยเรียนสิ่งที่จำเป็นก่อน แล้วค่อยฉีกหน้ากากเจ้าฮวางจอง แล้วที่เหลือก็เป็นหน้าที่คุณแล้ว”

“เดาได้ไม่ยากหรอกค่ะ”

“สถานทูตญี่ปุ่นจ่าย”

“หลีกไป”