เจจุงวอน ตำนานแพทย์แห่งโชซอน ตอนที่ 35/5

“ท่านคงทราบว่า มันจัดพิธีสละราชบัลลังก์บ้า ๆ” ยกชิก กล่าว

“ใช่ ข้าเห็นกับตา”

“ท่านเห็นด้วยเหรอ ทำไมโลกนี้มันถึงมีเรื่องบ้า ๆ แบบงี้ได้”

“มันเป็นเรื่องที่น่าเศร้ามาก ๆ” ฮวางจอง กล่าว

“หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่พระราชาสละราชสมบัติ กองกำลังกู้ชาติทั่วประเทศ ก็พร้อมที่จะลุกฮือกันหมดแล้ว นั่นก็แปลว่า มีคนจำนวนมากที่พร้อมจะก่อการ”

“ครับ”

“แพทย์ฮวาง เวลานี้พวกข้าต้องการคนอย่างท่านมา ถ้ามีคนอย่างท่านเป็นผู้นำ เราจะมีกองกำลังที่ร่วมเพิ่มมากขึ้น ท่านลำบากใจใช่มั้ย ข้าจะถือว่าเป็นการปฏิเสธ ข้าต้องขอตัวกลับก่อน”

“เดี๋ยวก่อน รอสักครู่ ขอเวลาข้าคิดอีกสักสองสามวัน ข้าต้องการปรึกษาบางคน”

“เฮ้อ ได้ เอาอย่างนั้นก็ได้”

ซ๊อกรัน ทำการตรวจร่างกายให้พวกหญิงประชาชน“ไม่ใช่ฝีดาษเหรอคะ?”

“นั่นสิ ไม่ใช่ฝีดาษเหรอ?”

“ข้าคิดว่าไม่ใช่ เหมือนอาหารเป็นพิษ พวกเจ้าได้กินอะไรเหมือนกันมารึเปล่า” ซ๊อกรัน กล่าว

“เราเป็นเพื่อให้นกัน แต่ไม่ได้อยู่บ้านเดียวกัน”

“หรือว่า เป็นเพราะแพ้ยารึเปล่าคะ?” มียอง ถาม

“แต่การกินยาเหมือนกันทั้งสองคน คงเป็นไปไม่ได้”

“ข้าได้กินยาอะไรบางอย่างเข้าไป” หญิงราษฎร กล่าว

“ข้าก็ได้กินเหมือนกัน”

“พวกเจ้ากินยาอะไรเหรอ?” ซ๊อกรัน ถาม

“ข้ากินยาแก้หวัดที่ ได้จากโรงพยาบาลฮันซอง”

“ข้าก็กินยาแก้ท้องเสีย ที่ได้จากโรงพยาบาลฮันซองเหมือนกัน”

“ถ้างั้น พวกเจ้าพกยาพวกนั้นมาด้วยรึเปล่าล่ะ?” ซ๊อกรัน ถาม

“อ้อ นี่ค่ะ”

“เอ่อ ยาเม็ดสีแดง ข้าก็มียาตัวนี้เหมือนกัน”

ซ๊อกรัน นำยาจากหญิงทั้งสองคนมาให้โดยังดู

“เป็นยาปฏิชีวนะที่ญี่ปุ่นคิดค้น มันออกฤทธิ์เร็ว ข้าก็เคยจ่ายยานี้ให้ แต่มันจะส่งผลข้างเคียงต่อSystemการย่อยและไต เลยทำให้มีการหยุดใช้ไป”

“ทำไมพวกเค้ายังจ่ายยานี้กันอยู่ล่ะคะ” ซ๊อกรัน ถาม

“ยาตัวนี้ถูกปรับเปลี่ยนส่วนผสมใหม่ คิดว่าพวกเค้าคงเสียดาย จึงพัฒนาแล้วนำมาใช้เพราะไม่อยากทิ้ง”

“แปลว่าหลังปรับเปลี่ยนส่วนผสม ก็ยังคงมีผลข้างเคียงมากเหมือนเดิม และเพราะเค้าลองกับคนจริงไม่ได้” ฮวางจอง ถาม

“เลยใช้ชาวโชซอน”

“เฮ้อ ทำไมชั่วอย่างงี้นะ” ซ๊อกรัน กล่าว

“ตอนที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยที่ญี่ปุ่น มีเพื่อให้นเด็กนักเรียนคนนึงเป็นคนพัฒนายาตัวนี้ เค้าชื่อว่าซาโต้ เค้าเป็นเพื่อให้นในมหาวิทยาลัยโตเกียว” โดยัง กล่าว

“ชื่อซาโต้เหรอคะ?” ซ๊อกรัน ถาม

“อืม เจ้ารู้จักเหรอ”

“เค้ามาที่โรงพยาบาลโบกู เค้ายังฝากให้ ผ่านาบอกท่านด้วยว่า เค้าอยากเจอท่าน”

“งั้นข้าต้องไปเจอเค้าหน่อยแล้ว” โดยัง กล่าว

“มันอันตรายนะคะ”

“ไม่เป็นไรหรอก”

“ถ้างั้นเอางี้ ข้ากับหมอซ๊อกรัน จะลองไปสำรวจดูตามโรงพยาบาลอื่น ๆ ก่อน แล้วแจ้งเรื่องนี้ให้พวกเค้ารู้” ฮวางจอง เสนอ

“อืม งั้นก็แยกย้ายกันไป” โดยัง กล่าว

โดยัง มาหาซาโต้ ถามว่าเขาเป็นคนจ่ายยาให้กับหญิงชาวโซซอนไหม

อารัง ภูตสาวรักนิรันดร์ ตอนที่ 5/8

ขณะที่อึนโอกำลังจะกัดลูกท้อ อารังก็โพล่งถามขึ้นว่า อึนโอเริ่มเป็นลูกแหง่นับตั้งแต่ไหร่  อึนโอถึงกับอึ้งอ้าปากค้าง อารังกล่าวต่อว่า คุณเห็นอึนโอเอาแต่ร้องหาแม่ จนแลดูเหมือนเด็กขี้แงที่ยังไม่หย่านม เลยสงสัยว่าอึนโอติดแม่ตั้งแต่เด็กหรือเพิ่งจะเป็นภายหลังที่แม่ของเขาหายตัวไป  อึนโอฟังแล้วช็อคจนพูดไม่ออก หลังยั่วโมโหอึนโอแล้วอารังก็รีบชิ่งกลับห้องพักทันที  

จูวอลไปพบหญิงลึกลับนางหนึ่งในกระท่อม หญิงคนดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วนั่งหันหลังให้แล้วถามว่า “พร้อมหรือยัง” เมื่อจูวอลตอบว่าตนพร้อมแล้ว  หญิงคนดังที่กล่าวผ่านมาแล้วก็พูดขึ้นว่า คุณตั้งความหวังกับเรื่องในคืนนี้เอาไว้ค่อนข้างมาก (แปลว่าห้ามพลาด) พูดจบประตูกระท่อมก็ค่อยๆ ปิดเอง เมื่อจูวอลก้มมองที่พื้นก็พบว่ามีมีดเล่มหนึ่งวางอยู่ เขาจึงเดินไปหยิบขึ้นมาดู 

ขณะนั้นอารังกำลังนอนหลับปุ๋ยอยู่ภายในห้อง ส่วนอึนโอยังคงครุ่นนึกถึงคำพูดของอารังที่ถามว่าเขาติดแม่นับจากไหร่  อึนโอนึกถึงช่วงเวลาที่ยังเป็นเด็ก ในตอนนั้นเขาวิ่งร้องไห้ไปฟ้องแม่หลังโดนเด็กรุ่นพี่รุมรังแกในชั้นเรียน โทษฐานที่เกิดมาเป็นลูกทาส แทนที่จะปลอบขวัญ แม่อึนโอกลับบอกว่าวันนั้นเป็นวันครบรอบการเสียชีวิตของ ตา ยาย และเครือญาติพี่น้องข้างแม่ทั้งหมด ทุกคนล้วนตายในวันเดียวกัน ทิ้งให้แม่ของเขาทนทุกข์อยู่ตามลำพัง แม่อึนโอพูดย้ำด้วยความแค้นว่าเป็นเพราะ “ชายผู้นั้น” สักวันคุณจะล้างแค้นและฉีกร่างเขาเป็นชิ้นๆ  พูดจบแม่อึนโอก็เป็นลมล้มทรุดลงไปกองกับพื้น

คืนนั้นจูวอลสวมชุดดำบุกเดี่ยวเข้าไปในห้องอารัง เขาหยุดมองคุณที่หน้าประตูครู่หนี่งก่อนเดินเข้าไปหา  แล้วชักมีดออกมา จากนั้นก็เงื้อมมือขึ้นจนสุดแขน อยู่ๆ อารังก็นอนละเมอเพ้อถึงลูกท้อ ทำให้จูวอลชะงักไปชั่วครู่ เขาพยายามต่อสู้กับความรู้สึกของตนเอง และตัดสินใจปักดาบลงที่ขั้วหัวใจของอารัง เมื่อคิดว่าอารังขาดใจตายแล้ว เขาก็นำแผ่นยันต์มาแปะที่รอบๆลำคอของอารัง  

มหาเทพถึงกับดีด ‘คยากึม’ เพี้ยน (เครื่องสายโบราณเหมือนกู่เจิ้ง แต่มี 12 สาย)  เมื่อรู้ว่าเกิดเหตุร้ายกับอารัง จากนั้นก็พูดว่า “ในที่สุดก็เริ่มขึ้นจนได้” มัจจุราชชักไม่แน่ใจว่าที่ตนและมหาเทพตัดสินใจทำแบบงี้ถูกหรือผิดกันแน่  ขณะที่มหาเทพได้แต่นั่งครุ่นนึกถึงเรื่องราวบนโลกมนุษย์โดยไม่ออกความเห็นใดๆ

Faith: สุภาพบุรุษยอดองครักษ์ ตอนที่ 4/13

ชเวยองเล่าว่า ตนเคยอยู่หน่วยชองวอลแด ไม่ว่าภูมิหลังหรือสถานะของแต่ละคนจะเป็นอย่างไร ทุกคนจะมารวมตัวกันเพื่อให้ฝึกฝนการใช้พลังภายในสำหรับนำมาใช้ในการปกป้องโครยอ ทุกคนมาด้วยใจและมีเป้าหมายเดียวกันคือการปกป้องชาติ ด้วยความที่ตนเพิ่งจะสูญทิ่มิดา สมาชิกทุกคนจึงเสมือนครอบครัวของตน หัวหน้าหน่วยเป็นทั้งอาจารย์และพ่อคนที่สอง ส่วนเพื่อให้นร่วมขบวนการก็เป็นเหมือนพี่น้อง ภารกิจหลักของเราคือการเผาเรือของศัตรู ไหมก็แอบบุกเข้าไปทางด้านหลัง เพื่อให้ลอบฆ่าแม่ทัพของศัตรู

แต่ไม่ว่าจะเชี่ยวชาญในการรบสักมากแค่ไหน คนของเราก็มีจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับกำลังพลของศัตรู และไม่ว่าศัตรูจะเกรงขามเราเพียงใด เราก็ไม่ได้อยู่ยงคงกระพัน เพราะเป็นหน่วยงานลับเราจึงไม่ได้รับความช่วยเหลือทั้งในด้านของใช้จำเป็นและกำลังเสริม หลังผ่านการสู้รบครั้งแล้วครั้งเล่า จำนวนสมาชิกที่เคยมีทั้งหมด 70 คน ก็เหลือรอดเพียงครึ่งหนึ่ง เราได้แต่เฝ้ามองร่างอันไร้ลมหายใจของเหล่าพี่น้องในอ้อมแขน และรับภารกิจใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า หน่วยงานของเราเป็นที่ไว้วางใจได้เสมอ แต่บางครั้งก็ถูกศัตรูล่อหลอกให้ตกหลุมพราง กว่าจะรู้สึกตัวเราก็ถูกลอบโจมตีแล้ว*

* ละครนำเสนอภาพการ์ตูนเพื่อให้จำลองเหตุการณ์ขณะที่เหล่านักรบชองวอลแดพากันถอยหนีเพื่อให้เอาตัวรอด แต่นักรบหญิงคนหนึ่งเกิดสะดุดล้มเลยถูกศัตรูรายล้อม หัวหน้าหน่วยจึงวิ่งกลับไปช่วยตามลำพังและแบกคุณออกมา ทันใดนั้นทัพของศัตรูก็ไล่ตามมาจนทัน หัวหน้าหน่วยต่อสู้ไม่ถนัดเพราะต้องแบกร่างของนักรบหญิงทำให้ถูกฟันแขนขวาขาด แม้จะเสียแขนไปหนึ่งข้าง หัวหน้าคนดังที่กล่าวมาแล้วก็ยังทำหน้าที่ปกป้องชาติต่อไป) 

วันหนึ่งในฤดูใบไม้ผลิ พระราชามีรับสั่งให้นักรบชองวอลแดเข้าเฝ้า   พวกเขาคิดว่าคงเป็นเพราะผลงานอันโดดเด่นจึงทำให้ได้รับเกียรตินั้น และต่างก็รู้สึกเหมือนฝัน ชเวยองตื่นเต้นมากที่จะได้เข้าวัง เขารู้สึกดีใจที่หัวหน้าหน่วยจะได้รับการยกย่องเชิดยกจากพระราชาและเหล่าขุนนางในราชสำนัก ทั้งยังเชื่อว่าพวกตนจะได้รับพระราชทานรางวัล จึงถามความเห็นหัวหน้าว่าจะขอม้าด้วยดีไหม เขาบอกว่า “ข้าอยากได้ม้าชายหนุ่มๆ ที่แข็งแรงมานานแล้ว ที่ผ่านมาเรามีแต่ม้าแก่ๆ….” ชเวยองพูดยังไม่ทันจบหัวหน้าก็พูดเสียงเข้มว่า “เจ้าจงฟังและจำไว้ให้ดี” จากนั้นก็หันหน้ามาหาชเวยองด้วยสีหน้าเคร่งเครียด (เขามีแขนขวาข้างเดียว – แต่ในการ์ตูนประกอบคำบรรยายของชเวยอง หัวหน้าหน่วยโดนฟันแขนขวาขาด)

เรื่องย่อยอดรักนักรบ 4

ผจญแอบติดต่อกับเฮียกวงและยื่นข้อเสนอที่เฮียกวงไม่อาจปฏิเสธได้ ผจญรู้ว่าการที่คนวัยชายหนุ่มอย่างกวงที่ก้าวขึ้นมารับมรดกเครือข่ายอาชญากรรมขนาดใหญ่จากเตี่ยไม่ใช่เรื่องง่าย คนเก่าคนแก่ที่เขี้ยวลากดินทั้งหลาย เช่น เฮียเก๊า (ดิเรก อมาตยกุล) ต่างก็พากันแข็งข้อ ในขณะเดียวกัน คนชายหนุ่มเลือดร้อนรุ่นใหม่ อาทิ เฮียเส (วิฑูรย์ ลิ่วลักษณ์) ก็หวังโค่นล้มเฮียกวงเพื่อให้ความเป็นใหญ่เหนือท้องสมุทรกว้าง เฮียกวงรับข้อเสนอ และมือฆ่าทั่วหล้าต่างพากันรับจ็อบล่าฆ่ายอดรักทุกวินาทีที่มีโอกาส

แต่อย่างที่ทราบ ไม่ถึงคราวจะวายชีวาวาต จะพิฆาตเข่นฆ่าไม่อาสัญ ไม่ว่ามือฆ่าจะเก่งกล้าเท่าใด ยอดรักก็สามารถเอาตัวรอดมาได้ราวปฏิหารทุกครั้งครา และที่สำคัญ ยอดรักในคราบนักรบได้แสดงความสุดยอดของพลังเสียงและถูกบันทึกไว้ในกล้องของสื่อมวลชนหลายครั้งหลายครา จนสื่อพากันเรียกชื่อทหารกล้านิรนามคนนี้ว่า ฉลามเสือเสียงทอง

ผจญได้ล่วงรู้ความจริงว่ายอดรักไม่ใช่นักรบ เพราะเขาจำได้ว่าเขายิงนักรบในระยะเผาขนถึงสองครั้งสองครา แต่ในร่างยอดรักไม่มีรอยกระสุน ผจญจึงแกล้งทำดีกับยอดรักเพื่อให้ให้ยอดรักกลับไปคุมหน่วยพิเศษที่ถูกสั่งพักงาน เพราะว่าหัวหน้าหน่วยคือนักรบสูญเสียความทรงจำ และทักษะในการรบด้วยฝีไม้ลายมือที่ปรากฏ นาวินยินดีต่อข่าวนี้และพร้อมจะเริ่มดำเนินการครั้งใหม่ หากแต่เป็นชลดาที่ไม่อยากให้คนรักของคุณกลับไปเผชิญอันตรายกลับคัดค้านหัวชนฝาไม่ว่าในฐานะความเป็นลูกหรือความเป็นหมอ

ในที่สุดนาวินจำต้องให้ยอดรักเข้าไปทดสอบความถนัดกับหน่วยดำเนินงานพิเศษ ที่ทุกคนทราบดีว่าโหดที่สุด และต่อให้นักรบคนเก่าก็ยากที่จะผ่านการฝึกนี้ได้ ซึ่งยอดรักก็ยอมเข้ารับการฝึกอย่างหนักที่ลูกผู้ชายตัวจริงเท่านั้นจะผ่านได้ และเพื่อให้ให้ฝันเป็นจริง เขาสามารถฝ่าด่านนรกของหน่วยดำเนินการพิเศษจนสำเร็จ ในขณะที่คนทั้งบ้านทั้งเมืองยินดีกับข่าวนี้ ชลดากลับจมอยู่ในความทุกข์ ชลดาพบว่า ผู้ชายที่คุณรักเปลี่ยนแปลงไปในทางที่คุณต้องการ จากทหารห้าวระห่ำ แปลงเป็นชายอ่อนหวานแสนจะโรแมนติก

แววมยุรา 3

เคาน์เตอร์รีเซฟชั่น เพิ่มพงษ์ขนกระเป๋า พาสยุมภูว์เช็คเอาท์ออกจากโรงแรมหรู ทั้งสองมีร่องรอยผ้าปิดแผลตามแขนและใบหน้าคนละหลายจุด เพิ่มพงษ์บอกโชคดีที่เขาลืมกุญแจรถไว้ที่ร้านอาหาร เลยชวนสยุมภูว์เดินหันกลับก่อนจะถึงรถ เพิ่มพงษ์แจกแจงสภาพการณ์ว่า สยุมภูว์กำลังถูกตามฆ่า จึงควรจะหาเซฟเฮาส์ และอำพรางตัวซะ สยุมภูว์ถามเพิ่มพงษ์ว่าทำไมไม่แจ้งตำรวจ เพิ่มพงษ์บอกว่าแจ้งแล้ว เขาซี้กับนายตำรวจใหญ่ๆ หลายท่าน แต่เพื่อให้ความไม่ประมาท ก็ต้องรู้จักดูแลตัวเองด้วย

ที่ร้านขายต้นไม้และรับจัดสวน Secret garden สยุมภูว์งงว่าเพิ่มพงษ์พาตนมาที่นี่ทำไม เพิ่มพงษ์แจกแจงว่า ร้านนี้เป็นของพี่น้องห่างๆ ที่กำลังประกาศขาย ตนเลยซื้อไว้ซะเลย จะได้เป็นที่ให้พักเพราะทั้งตนและสยุมภูว์ก็เป็นคนรักต้นไม้ และยังใช้บังหน้า เพื่อให้จะเป็นออฟฟิศ ที่จะเหมือนศูนย์บัญชาการ และบริหารกิจการทศพลกรุ๊ป จากร้านขายต้นไม้แห่งนี้ และยังเช่าบ้านไว้อีกหลัง เพื่อให้เป็นที่นอน และยังมีประโยชน์ในแง่ที่ว่า ถ้าหากสภาวะฉุกเฉินจะได้ย้ายสลับที่อยู่ได้
ทั้งสองมาถึงบ้านหลังน่ารักน่าอยู่ เพิ่มพงษ์หันมาอีกที สยุมภูว์ก็เดินเข้าบ้านไปแล้ว เพิ่มพงษ์จึงตามเข้าไป แต่จริงๆ แล้ว สยุมภูว์เข้าผิดบ้าน เพราะบ้านที่รั้วติดกันก็คือบ้านของแววนั่นเอง แววพึ่งจะอาบน้ำเสร็จนุ่งผ้าเช็ดตัวเปิดประตูห้องน้ำมาเจอสยุมภูว์ ถึงกับยืนตะลึงเพราะใบหน้าที่สวยถูกสเปคของแวว แต่ก็โดนปาทั้งขวดแชมพู สบู่ แปรงล้างห้องน้ำ เรียกว่าในห้องน้ำมีอะไร สยุมภูว์ก็โดนหมด สยุมภูว์พยายามอธิบายแต่แววโวยว่าเป็นพวกโรคจิตจะมาข่มขืน สยุมภูว์มองว่าแววไม่ฟังคำอธิบาย ก็หันหลังวิ่งออกมาหน้าบ้าน ขณะกำลังจะออกจากรั้ว ก็เจอชายหนุ่มมาดเท่จอดมอเตอร์ไซค์คันหรู ถอดหมวกกันน็อคออกมา มองว่าเป็น เอกรินทร์ (ภพธร สุนทรญาณกิจ) และเมื่อได้ยินแววที่ตามหลังมาร้องโวยวายให้ช่วย เอกรินทร์จึงสวนหมัดเข้าเต็มๆ หน้าสยุมภูว์ทันที แววใส่เสื้อคลุมเสร็จจะวิ่งมาซ้ำ แต่เพิ่มพงษ์รีบมาขวางไว้ทัน ก่อนจะแจกแจงให้ทุกข้างเข้าใจกัน เมื่อถูกถามชื่อ สยุมภูว์เกือบหลุดปากบอกชื่อจริง แต่เพิ่มพงษ์สวนไปว่าชื่อจักร เพราะเห็นโมเดลจักรยานวางอยู่ ส่วนนามสกุลก็ใช้ของตน คือ กังวาลไกร โดยแนะนำว่าจักร กังวานไกร (ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์) เป็นลูกของพี่ชายของตน พร้อมแนะนำตัวเองว่าชื่อ น้าเพิ่ม กังวาลไกร
เอกรินทร์เป็นคนสุภาพ รีบขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่ด้วยความรู้สึกผิด แต่จักรไม่ถือสาอะไร จับไม้จับมืออภัยให้กันไป

เกมเสน่หา 1

เหมือนชนกซึ่งเกิดมาเพียบพร้อมทุกอย่างรับสภาพบ้านแตกไม่ได้ มีก็แค่ “ไพพรรณ”(ขวัญฤดี กลมกล่อม) น้าแม่บ้านที่รักและเข้าใจเหมือนชนกอย่างกับเป็นแม่แท้ๆ เพราะไพพรรณนั้นแอบหลงรักธวัชมาโดยตลอดนับตั้งแต่ครั้งที่วิสาขายังเป็นคุณผู้หญิงอยู่ในบ้าน ไพพรรณโอ๋เหมือนชนกจนทำให้ “เพ็ญพรรณี”(พิชชาภา พันธุมจิดา) บุตรสาวของไพพรรณที่เกิดขึ้นจากความไม่ตั้งอกตั้งใจกับฝรั่งคนหนึ่งรู้สึกอิจฉาและหมั่นไส้เหมือนชนกมาโดยตลอด ตอนนี้เพ็ญพรรณีโตขึ้นสวยสะพรั่ง คุณใช้หน้าตาและเรือนร่างเลื่อนสถานะไปเป็นเน็ตไอดอลมีชื่อและทำให้คุณมีกินมีใช้ไม่อายใครแต่ก็ยังไม่วายถูกเหมือนชนกมองอย่างสมเพช เพ็ญพรรณีตั้งอกตั้งใจจะเอาชนะเหมือนชนกให้ได้ทุกทางไม่เว้นแม้แต่การพยายามให้ท่าธวัชกับลัคนัยเพื่อให้จะได้เลื่อนชั้นจากลูกคนใช้ขึ้นมาเท่าเทียมกับเหมือนชนก
พิมลแขมาหาลัคนัยเพื่อให้รื้อฟื้นความข้องเกี่ยวลึกซึ้งที่ทั้งสองเคยคบกัน แต่ลัคนัยก็ไม่เคยแตะต้องพิมลแขอีก ตั้งแต่ที่คุณตัดสินใจรับปากแต่งงานกับธวัชเพื่อให้เงิน พิมลแขผิดหวังกลับไป ส่วนวิสาขาตัดสินใจจับคู่เหมือนชนกกับ “วงศ์เวศน์”(เศรฐพงศ์ เพียงพอ) ลูกชายนายพลใหญ่ เพราะหวังว่าถ้าเหมือนชนกมีแฟนเป็นตัวเป็นตนก็น่าจะเลิกคาดหวังกับพ่อแม่ซะที ธวัชไม่เห็นด้วยจึงสั่งให้ลัคนัยไปเช็คประวัติว่าที่ลูกเขยรายนี้อย่างละเอียด วิสาขารู้ทันว่าธวัชควรต้องส่งลัคนัยมากันท่า จึงได้คิดแผนพาเหมือนชนกไปตากอากาศที่สมุทรเพื่อให้ให้โอกาสให้ทั้งคู่ได้รู้จักกัน เพ็ญพรรณีได้ยินว่าเหมือนชนกกำลังถูกจับคู่ให้กับชายหนุ่มไฮโซอย่างวงศ์เวศน์ ก็คิดจะใช้เสน่ห์ของตนแย่งชิงวงศ์เวศน์ไปจากเหมือนชนก เพื่อให้ให้เหมือนชนกรู้ว่านอกจากเรื่องชาติกำเนิดแล้ว คุณนั้นมีดีเหนือกว่าเหมือนชนกทุกอย่าง
เหมือนชนกไม่มีทีท่าว่าจะชอบวงศ์เวศน์เลย วงศ์เวศน์ก็เหนื่อยหน่ายกับผู้หญิงที่จืดชืดเล่นตัวยิ้มยากอย่างเหมือนชนก เพ็ญพรรณีแกล้งตามมาที่บ้านพักตากอากาศ วงศ์เวศน์เห็นเพ็ญพรรณีก็หลงเสน่ห์ความเย้ายวนเย้ายวนของเพ็ญพรรณีทันทีทันใด เพ็ญพรรณีปล่อยตัวให้กับวงศ์เวศน์อย่างรวดเร็วเพราะอยากให้เหมือนชนกต้องมากินของเหลือเดนต่อจากคุณ ลัคนัยที่ตามมาที่สมุทรด้วย อ่านแผนการของเพ็ญพรรณีออกทุกอย่าง จึงไปต่อว่าเพ็ญพรรณี เพ็ญพรรณีสวนกลับเรื่องที่ลัคนัยไม่เคยใยดีตัวคุณ เพราะลัคนัยก็ใฝ่สูงไม่เจียมตัว ริจะเล่นของสูงไม่ต่างจากตัวคุณนั่นแหละ เหมือนชนกเห็นท่าทางมีพิรุธระหว่างเพ็ญพรรณีกับลัคนัยก็เข้าใจว่าลัคนัยคงจะแอบมีสัมพันธ์กับเพ็ญพรรณีด้วย เหมือนชนกยิ่งรังเกียจลัคนัยหนักเข้าไปอีก

นางสาวทองสร้อย

ใครๆชอบบอกว่า อะไรๆบนโลกก็ชอบเกิดขึ้นได้ ไม่ต่างจากในละครน้ำเน่า…เฉกเช่นชีวิตของผู้หญิงคนนี้ ที่เป็นตัวแทนของสังคม และจะสะท้อนให้มองว่าการสวมใส่ เสื้อผ้าดีๆ การมีอาชีพดีๆ บางครั้งก็ไม่ได้บ่งบอกว่าคนๆนั้นจะเป็นคนดี…การมีความคิดที่ดีต่างหากที่เป็นตัวบ่งบอก… คุณ…คือบุตรสาวคนเล็ก ผู้สืบสกุลเศรษฐี 1,000 ล้านเจ้าของกิจการด้านสุขภาพชั้นนำของประเทศ คุณ…คือคอลัมนิสต์ชื่อดังพ่วงด้วยดีกรีปริญญาด้านฟู้ดสไตล์ลิสจาก แพรรรีสสสสส แต่คุณ…กลับต้องการต้องตกกระไดพลอยกลายมาเป็น นางแจ๋วก้นครัว

ทองสร้อย พงษ์เดชา บุตรสาวคนเล็กของ นายทองก้อน พงษ์เดชา เสี่ยใหญ่เจ้าของกิจการทางด้านสุขภาพครบวงจรในเครือบริษัททองบริสุทธิ์ ทั้งศูนย์สุขภาพ ฟิตเนสที่มีสาขาทั่วประเทศ สปา บริษัทนำเข้าวิตามิน รวยระดับพันล้าน นายทองก้อนอยากให้ทองสร้อยแต่งงาน ในขณะที่ทองสร้อยยังสนุกกับการทำงานด้านโภชนาการที่ปารีส เป็นคอลัมนิสต์ เป็นกูรูด้านอาหารที่ได้รับการยอมรับนับถือ ทองก้อนกลัวว่าทองสร้อยจะสร้างประวัติศาสตร์ซ้ำรอย เหมือนลูกชายและบุตรสาวคนโตที่ส่งไปเรียนเมืองนอก แล้วหลังจากนั้นก็ไปแต่งงานกับฝรั่งไม่กลับเมืองไทยอีก ทองก้อนจึงบังคับให้ ทองโปรย ชายชายหนุ่มหัวใจรักสิ่งแวดล้อมพี่ชายอีกคนของทองสร้อยคิดแผนหลอกทองสร้อยกลับมาเมืองโดยอ้างว่าพ่อกำลังป่วยหนักให้รีบกลับมาดูใจ แต่เมื่อทองสร้อยกลับมาถึงบ้าน กลับได้พบเซอร์ไพร้ส์งานแต่งงานของคุณกับ กุลชาติ ชายหนุ่มเนิร์ดบ้าเกาหลี ลูกชายของเพื่อให้นสนิทของพ่อที่เคยมีสัญญาใจกันเอาไว้ในอดีต

ทองสร้อยอาละวาดไล่กุลชาติและแขกทั้งหมด และประกาศกร้าวว่าจะไม่ยอมให้คลุมถุงชนเด็ดขาด แล้วทองสร้อยก็ได้หนีออกจากบ้าน ทองก้อนไม่ยอมเสียชื่อมาเฟียสุขภาพของประเทศ ประกาศกร้าวเช่นกันว่าจะเอาตัวทองสร้อยกลับมาแต่งงานให้ได้

ทองสร้อยหนีเอาตัวรอดจากลูกสมุนของพ่อด้วยการไปสมัครเป็นแม่บ้านประจำบ้านเวียงคีรี ที่กำลังประกาศรับสมัครแม่บ้านอยู่ คุณปลอมตัวเข้าไปโดยใช้ชื่อว่า ทองสร้อย นาไกล หน้าที่หลักของทองสร้อยคือการทำอาหารให้คุณๆทานทั้งสามมื้อ เวลานอกเหนือจากนี้ก็ต้องช่วยทำงานอื่นๆในบ้านด้วย

ครอบครัวเวียงคีรี ประกอบธุรกิจห้างค้าส่งสินค้าตกแต่งบ้านทุกชนิด ตั้งแต่ปูนยันเฟอร์นิเจอร์หรู เป็นมรดกตกทอดมาจากบรรพบุรุษ โดยที่คุณใหญ่หรือคุณพิกุลแก้วนั่งแท่นประธานบริหาร และยังเป็นผู้กุมอำนาจภายในบ้านอย่างเบ็ดเสร็จ คุณกลางหรือคุณพฤกษ์น้องชายร่วมมารดาของคุณใหญ่ที่มีสิทธ์และศักดิ์ภายในบ้านเท่าเทียมกัน เป็นผู้จัดการด้านอินทีเรียดีไซน์ คุณแหว๋วเมียของคุณกลางเป็นแม่บ้าน ส่วนคุณเล็กหรือนารียังเรียนมหาวิทยาลัยและมีฝันอยากทำงานสายการบิน

สิงห์ 3

เคี้ยงพยายามงอนง้อเง็กทุกวิถีทาง แต่เง็กไม่มีทีท่าว่าจะใจอ่อน เว่ยกับทรงกลด เลยคิดแผนลองใจเคี้ยง โดยให้เคี้ยงไปช่วยเง็กหาบขนมขาย เคี้ยงก็ยอมทุกอย่าง เปลี่ยนเป็นว่า เคี้ยงกับทรงกลด เครือญาติดีกันโดยปริยาย แต่เง้กก็ยังยื่นคำขาดอีกว่า หากเคี้ยงยังไม่เลิกเปิดบ่อน และโรงฝิ่น เง็กก็จะไม่ยอมฝากชีวิตไว้กับเคี้ยงอีกต่อไป ทำให้เคี้ยงคิดหนักมาก อิกเห็นภาพที่เคี้ยงแปลงเป็นพ่อค้าขายขนมแล้วทำใจไม่ได้ ตัดสินใจขอไปอยู่กับเล้ง เล้งเลยสั่งให้อิกฆ่าเคี้ยง แล้วยังบอกให้หมง ฆ่าตงและทรงกลดอีกด้วย เมื่อหมงและอิก ได้ขึ้นเป็นหัวหน้าแก๊ง เล้งจะได้มีคะแนนเสียงเพิ่มอีกสองคะแนนในการส่งเสริม ให้เล้งเป็นหัวหน้าแก๊งทั้งหลายอีกที

อิกไปเที่ยวที่ฉั่วเทียนเหลา แถมยังตามไปส่งหยกมณีถึงที่บ้าน อันหึงหยกมณีจนเห็นได้ชัด หยกมณีบอกว่าตนเองจะไปร้องเพลงที่ฮ่องกง อันไม่คัดค้าน เพราะมองว่าเป็นอนาคตของหยกมณี ยิ่งทำให้หยกมณีเสียใจที่อันไม่รั้งตนเองไว้ แต่สุดท้ายทรงกลด ก็พูดเตือนสติ ให้อันเห็นแก่ความรักที่หยกมณี มีต่ออัน จนสุดท้าย อันก็ตามมาง้อขอคืนดีกับหยกมณีได้ในที่สุด

ทรงกลด มาตงไปหาหมอ จึงรู้ว่าตงโดนยาพิษ มุ่ยบอกว่า เห็นเหมยลี่ เอายาพิษใส่ไปในอาหารให้ตงกิน เหมยลี่ ถูกอัน และทรงกลดจับตัวไปขัง ซิ่วแก กับหมง กลัวเหมยลี่ ซัดทอดมาถึงตน ซิ่วแกจึงเอายากล่อมประสาทให้เหมยลี่กิน และสั่งให้ฆ่าตัวตายในที่สุด ส่วนมุ่ย ก็รู้ความจริงเรื่อที่หมง ร่วมมือกับซิ่วมึง จะฆ่าตง ซิ่วมึง เลยฆ่ามุ่ย ตายตามไปอีกคนหนึ่ง ตงฟื้นขึ้นมา ได้รับรู้ทุกสิ่ง เขาทำใจยอมรับ เรื่องที่เหมยลี่ เป็นยก้กับหมงหมงกลัวความผิด จึงขอให้ซิ่วมึง รีบกำจัดตงอีกรอบ ตง ตั้งมั่น จะให้ทรงกลดเป็นหัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์ จึงบอกกับปอ แต่ซิ่วมึง วางยาตง จนตงแปลงเป็นอัมพาต พูดไม่ได้ ไปเสียก่อน

เคี้ยงยังคงแวะเวียนมาหาเง็กอยู่เสมอ เขาขอเวลาอีกนิด เพื่อให้ที่จะเลิกทำธุรกิจผิดกฎหมาย แต่มากกว่านั้น เคี้ยงต้องการให้อาจูเรียกว่าป๊า เขารู้สึกภูมิใจมากที่มีบุตรสาวที่เพียบพร้อมอย่างอาจู แต่อาจู ยังไม่มีทีท่าใจอ่อนลงเลย ทำให้เง็ก เริ่มสงสาร เห็นอกเห็นใจเคี้ยงมากขึ้น

สาปดอกสร้อย

สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย “คณะดอกสร้อย” เป็นที่ร่ำลือไปทั้งนครเขลางค์ ว่าเป็นคณะการแสดงเร่ที่สร้างความรื่นเริงได้อย่างน่าประทับใจ การรำฟ้อนอันแสนงดงามอ่อนช้อยของ ดอกสร้อย เมื่อบวกรวมกับความสวยงามของคุณ ไม่ว่าหญิงหรือชาย ชายหนุ่มหรือแก่ต่างตั้งตารอคอยชมการแสดงของคุณสักครั้งในชีวิต โดยหารู้ไม่…ภายใต้ความงามของดอกสร้อย มีบางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวซ่อนอยู่

ดอกสร้อย ฟ้อนแอ่นร่ายรำไปตามจังหวะเสียงสะล้อซอซึง ด้วยใบหน้ายิ้มพริ้มเพราให้ผู้ชม แต่ทุกครั้งที่ดอกสร้อยหันไปเจอ ฟองจันทร์ ผู้เป็นแม่เลี้ยง ภาพแห่งความเศร้าและขมขื่นก็ปรากฎชัดขึ้นในใจของคุณ
ภายหลังจากแม่ตายด้วยไข้ป่า คำป้อน พ่อของดอกสร้อย แต่งงานใหม่กับฟองจันทร์ ผู้ตั้งป้อมจงเกลียดจงชังลูกเลี้ยงคอยหาทางกลั่นแกล้งดอกสร้อยสารพัด ดอกสร้อยจำต้องยอมให้แม่เลี้ยงใจยักษ์ เพราะรู้ว่าคำป้อนรักและหลงฟองจันทร์มาก

ฟองจันทร์มีบุตรสาวให้กับคำป้อนชื่อ ซอมพอ และคอยยุยงให้ลูกเกลียดชังดอกสร้อยไปด้วย ซอมพอจึงเปลี่ยนเป็นเด็กเอาแต่ใจและจิกใช้ดอกสร้อย ซอมพอหนีไปเล่นน้ำตกแล้วพลาดตกน้ำ ดอกสร้อยกระโดดลงไปช่วยไว้ได้ ฟองจันทร์เข้าใจผิดคิดว่าดอกสร้อยแกล้งลูกตน จึงผลักดอกสร้อยตกน้ำไป โชคดีที่ ไผ่ เด็กกำพร้าที่มาอาศัยอยู่กับคำป้อน ว่ายน้ำมาช่วยดอกสร้อยไว้ทัน เด็กทั้งสองจึงแปลงเป็นเพื่อให้นรักที่คอยช่วยเหลือกันนับแต่นั้น
ขุนฤทธิไกร (ชื่อเดิมนายไกร) นายตำรวจชายหนุ่มหล่อมีความสามารถเชิงมวยและเชิงดาบ รับข่าวจากม้าเร็วว่านายทอง ผู้เป็นพ่อ ถูกฆ่าตายระหว่างเดินทางไปไหว้พระธาตุลำปางหลวง ขุนฤทธิไกรออกเดินทางพร้อม นายเปรื่อง เพื่อให้นชาวอยุธยาที่มีวิชาอาคม ขุนฤทธิไกรเห็นศพพ่อก็แปลกใจที่ร่างกายโดนแหวกท้องตับไตไส้พุงหายไป นายผิน คนรับใช้บอกว่าโดนผีกะฆ่าตาย แต่ นายปัน บอกว่าโดนโจรป่าฆ่าแล้วปล่อยให้สัตว์กิน ขุน ฤทธิไกรสัญญาต่อหน้าศพจะฆ่าคนผิด ไม่ว่าเป็นคนหรือผี!

ชื่นชีวา 2

ชื่นทำอะไรไม่ถูกเมื่อต้องพบคุณต้นโดยบังเอิญที่สวนหลังบ้าน ขณะที่คุณวิ่งเล่นกับสโนไวท์ ชายชายหนุ่มเองก็ต้องนิ่งไปเป็นครู่ แม้เจ้าชื่นจะเป็นชายหนุ่มหน้าสวยแต่เมื่อเป็นผู้หญิงแล้วเขาต้องยอมรับว่าชื่นสวยและน่ารักมากกว่าเดิมเสียอีก มาดขรึมๆของเขาทำให้การสนทนาไม่ประดักประเดิดมากไปนัก ครู่เดียวทั้งสองคนก็คุยกันอย่างสนิทสนมเหมือนเดิม แล้ววันที่ครอบครัวชวาลมาพิชัยศรายุทธก็มาถึง ม.ล. นิวัฒน์ ได้พบกับชื่นโดยบังเอิญ ท่านนิ่งไปเมื่อชื่นหน้าตาเหมือนชีวาเหลือเกิน ม.ล. นิวัฒน์ อดใจไม่ได้ต้องเดินตามเพื่อให้ถามชื่นว่ารู้จัก ชีวา วิชชลักษณ์ ไหม ชื่นปฏิเสธ วันรุ่งขึ้นคุณได้พบ ม.ล. นิวัฒน์ อีกคราวนี้ ท่านหยิบรูปจากกระเป๋าเสื้อออกมาให้คุณดูว่ารู้จักผู้หญิงในรูปไหม แม้ชื่นจะแปลกใจที่รูปนั้นคือรูปแม่ช้อย คุณเคยเห็นรูปนี้ในกล่องเก็บของในห้องนอนแม่ แต่ชื่นก็ปฏิเสธและเดินจากไปอย่างหมางเมิน เด็กสาวได้แต่เขียนจดหมายเล่าให้ตาฟัง ซึ่งตาชมตอบกลับมาว่าคุณทำถูกแล้ว

เมื่อโรงเรียนเปิดเทอม ชื่นได้เข้าเรียนที่กุลธิดาวิทยาลัยซึ่งเป็นโรงเรียนประจำหญิงล้วน โดยมีชื่อเต็มว่า น.ส. ชื่นชีวา ชวาล คุณเรียนเก่งเป็นที่รักของเพื่อให้นๆ และในวันหยุดทุกสัปดาห์คุณต้นและคุณต่อจะมารับคุณกลับบ้าน มาคนเดียวบ้างสลับกันมาบ้าง ความเป็นชายหนุ่มหน้าตาดีสมาร์ทของสองพี่น้องทำให้เพื่อให้นๆคอยเดาคนมารับชื่นอย่างสนุกสนาน เวลาผ่านไปคุณต้นเรียนสำเร็จปริญญาตรีและเตรียมตัวจะไปเรียนต่อต่างประเทศ ชื่นแอบถักเสื้อสเว็ตเตอร์ไหมพรมสีเทาสวยไว้ให้เขาใช้ตรงนั้นด้วย ชายหนุ่มสาวทั้งสองเริ่มมีความรู้สึกดีๆต่อกันโดยที่ไม่รู้สึกตัว คนที่เฝ้าจับตาอย่างริษยาคือเกศินี

ก่อนที่คุณต้นจะไปต่างประเทศ ชื่นได้มีโอกาสมอบเสื้อถักตัวสวยให้เขา คุณต้นบอกคุณว่าเขาจะสวมมันแน่ๆ ชายชายหนุ่มเดินทางไปแล้วและมีจดหมายมาถึงพระยาพิชัยศรายุทธ คุณต่อ นมอ่อนอย่างสม่ำเสมอ ส่วนเกศินีเขาตอบจดหมายคุณก็ต่อเมื่อคุณเขียนถึงเขาแต่น้อยกว่าจดคือนมอ่อนซึ่งรวมของชื่นไว้ด้วย ความรู้สึกผูกพันลึกซึ้งระหว่างเขาและชื่นเพิ่มมากขึ้นทุกวัน วันหนึ่งตาชมให้เปี๊ยกมาตามคุณกลับบ้านบอกว่าแม่ป่วยหนัก ชื่นรีบกลับบ้านโดยคุณหญิงวีณากับ ม.ล. นิวัฒน์ พาหมอธนา หมอประจำตระกูลไปด้วย เมื่อถึงบ้านชื่นที่รังสิตม.ล. นิวัฒน์ตระหนกตกใจเมื่อพบ ตาชม เขาก้มลงกราบทันทีและเรียกว่า “อาหลวง” ขณะที่ตาชมคว้าปืนขึ้นมาไล่ให้เขาไปจากบ้าน คุณหญิงวีณารีบขอให้หมอเข้าไปรักษาช้อยโดยมีชื่นเข้าไปด้วย หมอธนาสีหน้าไม่สู้ดีนักช้อยอาการหนักมากต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งหมดจึงต้องค้างที่รังสิต วันนั้นคุณหญิงวีณาจึงได้รู้ว่าตาชมคือหลวงพิทยไพบูลย์พ่อของชีวาเมียอีกคนของพี่ชาย ดังนั้นชื่นก็คือบุตรสาวของม.ล.นิวัฒน์ ซึ่งก็คือหลานแท้ๆของคุณเอง ชื่นชีวามีสายเลือดชวาลจริงๆ ม.ล.นิวัฒน์พยายามขอร้องอาหลวงเข้าไปพบชีวาแต่ก็ยากเหลือเกิน จนกระทั่งช้อยหรือชีวาขอร้องบิดาขอพบม.ล.นิวัฒน์เป็นครั้งสุดท้าย

ม.ล. นิวัฒน์ใจหายเมื่อเข้าไปเห็นชีวาคุณยังสวย แต่ซูบผอม อิดโรย อย่างน่าสงสาร ช้อยหรือ ชีวาได้มีโอกาสพูดในสิ่งที่อัดอั้นใจมานาน คำตัดพ้อต่อว่าของคุณทำให้ม.ล. นิวัฒน์สงสารแทบขาดใจ เขาเองก็ยอมรับว่าพลาดที่หูเบาเชื่อกานดาง่ายเกินไป ความรักทำให้หวาดระแวง หึงหวงแต่เมื่อเขาถามคุณว่าชื่นคือลูกของเขาใช่ไหม ช้อยกลับปฏิเสธอย่างหมางเมิน ทว่าม.ล.นิวัฒน์ กลับมั่นใจว่าชื่นชีวาคือบุตรสาวของเขากับชีวา คืนนั้นทุกคนอยู่ดูอาการชีวาที่รังสิตภาวนาให้คุณหายป่วย ทว่า ชีวาสิ้นใจตอนใกล้รุ่ง คุณจากไปอย่างสงบทิ้งให้คนที่อยู่นึกถึงคุณ นอกจากพ่อกับบุตรสาวแล้วยังมี ม.ล. นิวัฒน์ที่ต้องทนทุกข์ทรมานใจไปตลอดชีวิต คุณหญิงวีณารับเป็นเจ้าภาพจัดงานศพให้ชีวาหรือช้อยอย่างสมเกียรติ หลวงพิทยไพบูลย์ไม่ยอมไปอยู่ที่พิชัยศรายุทธตามคำอ้อนวอนของม.ล.นิวัฒน์ และคุณหญิงวีณา แต่แกแอบเข้าพระนครมาเช่าบ้านอยู่ใกล้ๆชื่นชีวาโดยมีเปี๊ยกตามมาอยู่ด้วย