ชื่นชีวา 2

ชื่นทำอะไรไม่ถูกเมื่อต้องพบคุณต้นโดยบังเอิญที่สวนหลังบ้าน ขณะที่คุณวิ่งเล่นกับสโนไวท์ ชายชายหนุ่มเองก็ต้องนิ่งไปเป็นครู่ แม้เจ้าชื่นจะเป็นชายหนุ่มหน้าสวยแต่เมื่อเป็นผู้หญิงแล้วเขาต้องยอมรับว่าชื่นสวยและน่ารักมากกว่าเดิมเสียอีก มาดขรึมๆของเขาทำให้การสนทนาไม่ประดักประเดิดมากไปนัก ครู่เดียวทั้งสองคนก็คุยกันอย่างสนิทสนมเหมือนเดิม แล้ววันที่ครอบครัวชวาลมาพิชัยศรายุทธก็มาถึง ม.ล. นิวัฒน์ ได้พบกับชื่นโดยบังเอิญ ท่านนิ่งไปเมื่อชื่นหน้าตาเหมือนชีวาเหลือเกิน ม.ล. นิวัฒน์ อดใจไม่ได้ต้องเดินตามเพื่อให้ถามชื่นว่ารู้จัก ชีวา วิชชลักษณ์ ไหม ชื่นปฏิเสธ วันรุ่งขึ้นคุณได้พบ ม.ล. นิวัฒน์ อีกคราวนี้ ท่านหยิบรูปจากกระเป๋าเสื้อออกมาให้คุณดูว่ารู้จักผู้หญิงในรูปไหม แม้ชื่นจะแปลกใจที่รูปนั้นคือรูปแม่ช้อย คุณเคยเห็นรูปนี้ในกล่องเก็บของในห้องนอนแม่ แต่ชื่นก็ปฏิเสธและเดินจากไปอย่างหมางเมิน เด็กสาวได้แต่เขียนจดหมายเล่าให้ตาฟัง ซึ่งตาชมตอบกลับมาว่าคุณทำถูกแล้ว

เมื่อโรงเรียนเปิดเทอม ชื่นได้เข้าเรียนที่กุลธิดาวิทยาลัยซึ่งเป็นโรงเรียนประจำหญิงล้วน โดยมีชื่อเต็มว่า น.ส. ชื่นชีวา ชวาล คุณเรียนเก่งเป็นที่รักของเพื่อให้นๆ และในวันหยุดทุกสัปดาห์คุณต้นและคุณต่อจะมารับคุณกลับบ้าน มาคนเดียวบ้างสลับกันมาบ้าง ความเป็นชายหนุ่มหน้าตาดีสมาร์ทของสองพี่น้องทำให้เพื่อให้นๆคอยเดาคนมารับชื่นอย่างสนุกสนาน เวลาผ่านไปคุณต้นเรียนสำเร็จปริญญาตรีและเตรียมตัวจะไปเรียนต่อต่างประเทศ ชื่นแอบถักเสื้อสเว็ตเตอร์ไหมพรมสีเทาสวยไว้ให้เขาใช้ตรงนั้นด้วย ชายหนุ่มสาวทั้งสองเริ่มมีความรู้สึกดีๆต่อกันโดยที่ไม่รู้สึกตัว คนที่เฝ้าจับตาอย่างริษยาคือเกศินี

ก่อนที่คุณต้นจะไปต่างประเทศ ชื่นได้มีโอกาสมอบเสื้อถักตัวสวยให้เขา คุณต้นบอกคุณว่าเขาจะสวมมันแน่ๆ ชายชายหนุ่มเดินทางไปแล้วและมีจดหมายมาถึงพระยาพิชัยศรายุทธ คุณต่อ นมอ่อนอย่างสม่ำเสมอ ส่วนเกศินีเขาตอบจดหมายคุณก็ต่อเมื่อคุณเขียนถึงเขาแต่น้อยกว่าจดคือนมอ่อนซึ่งรวมของชื่นไว้ด้วย ความรู้สึกผูกพันลึกซึ้งระหว่างเขาและชื่นเพิ่มมากขึ้นทุกวัน วันหนึ่งตาชมให้เปี๊ยกมาตามคุณกลับบ้านบอกว่าแม่ป่วยหนัก ชื่นรีบกลับบ้านโดยคุณหญิงวีณากับ ม.ล. นิวัฒน์ พาหมอธนา หมอประจำตระกูลไปด้วย เมื่อถึงบ้านชื่นที่รังสิตม.ล. นิวัฒน์ตระหนกตกใจเมื่อพบ ตาชม เขาก้มลงกราบทันทีและเรียกว่า “อาหลวง” ขณะที่ตาชมคว้าปืนขึ้นมาไล่ให้เขาไปจากบ้าน คุณหญิงวีณารีบขอให้หมอเข้าไปรักษาช้อยโดยมีชื่นเข้าไปด้วย หมอธนาสีหน้าไม่สู้ดีนักช้อยอาการหนักมากต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งหมดจึงต้องค้างที่รังสิต วันนั้นคุณหญิงวีณาจึงได้รู้ว่าตาชมคือหลวงพิทยไพบูลย์พ่อของชีวาเมียอีกคนของพี่ชาย ดังนั้นชื่นก็คือบุตรสาวของม.ล.นิวัฒน์ ซึ่งก็คือหลานแท้ๆของคุณเอง ชื่นชีวามีสายเลือดชวาลจริงๆ ม.ล.นิวัฒน์พยายามขอร้องอาหลวงเข้าไปพบชีวาแต่ก็ยากเหลือเกิน จนกระทั่งช้อยหรือชีวาขอร้องบิดาขอพบม.ล.นิวัฒน์เป็นครั้งสุดท้าย

ม.ล. นิวัฒน์ใจหายเมื่อเข้าไปเห็นชีวาคุณยังสวย แต่ซูบผอม อิดโรย อย่างน่าสงสาร ช้อยหรือ ชีวาได้มีโอกาสพูดในสิ่งที่อัดอั้นใจมานาน คำตัดพ้อต่อว่าของคุณทำให้ม.ล. นิวัฒน์สงสารแทบขาดใจ เขาเองก็ยอมรับว่าพลาดที่หูเบาเชื่อกานดาง่ายเกินไป ความรักทำให้หวาดระแวง หึงหวงแต่เมื่อเขาถามคุณว่าชื่นคือลูกของเขาใช่ไหม ช้อยกลับปฏิเสธอย่างหมางเมิน ทว่าม.ล.นิวัฒน์ กลับมั่นใจว่าชื่นชีวาคือบุตรสาวของเขากับชีวา คืนนั้นทุกคนอยู่ดูอาการชีวาที่รังสิตภาวนาให้คุณหายป่วย ทว่า ชีวาสิ้นใจตอนใกล้รุ่ง คุณจากไปอย่างสงบทิ้งให้คนที่อยู่นึกถึงคุณ นอกจากพ่อกับบุตรสาวแล้วยังมี ม.ล. นิวัฒน์ที่ต้องทนทุกข์ทรมานใจไปตลอดชีวิต คุณหญิงวีณารับเป็นเจ้าภาพจัดงานศพให้ชีวาหรือช้อยอย่างสมเกียรติ หลวงพิทยไพบูลย์ไม่ยอมไปอยู่ที่พิชัยศรายุทธตามคำอ้อนวอนของม.ล.นิวัฒน์ และคุณหญิงวีณา แต่แกแอบเข้าพระนครมาเช่าบ้านอยู่ใกล้ๆชื่นชีวาโดยมีเปี๊ยกตามมาอยู่ด้วย

เพลิงรักเพลิงแค้น

อันธิกา และ อุรวี เป็นพี่น้องร่วมสายเลือดที่เกิดจากคนละแม่ ทั้งคู่เกิดวันเดือนปีเดียวกัน ห่างกันเพียงไม่กี่นาทีเพียงแค่นั้นคุณอาร์ม บิดาของทั้งสองแต่งงานกับ มะลิวัลย์ มารดาของอุรวีก่อน โดยที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน แต่เมื่อธุรกิจของคุณอาร์มมีปัญหา นพมาศ ผู้เป็นแม่ของอันธิกา ได้ยื่นมือเผ่านาช่วยเหลือ จนได้แต่งงานและจดทะเบียนสมรสกัน ทำให้มะลิวัลย์แปลงเป็นเมียนอกกฏหมาย มะลิวัลย์ทนเจ็บช้ำน้ำใจไม่ไหว คุณจึงย้ายกลับไปอยู่กับละม่อม ผู้เป็นแม่ และดวงมาลย์ พี่สาว คุณเปลี่ยนเป็นคนซึมเศร้าและฆ่าตัวตายในเวลาต่อมา โดยทิ้งอุรวีบุตรสาวให้อยู่ในความดูแลของป้าและยาย อุรวีเกิดมาพร้อมกับความคิดฝังหัวว่านพมาศและอันธิกาได้แย่งทุกอย่างในชีวิตของคุณไป ซึ่งความคิดดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นนั้นเกิดจากการเสี้ยมจากดวงมาลย์ผู้เป็นป้านั่นเอง

หลังจากเรียนจบ อุรวีได้เข้าทำงานในบริษัทเท็กซ์ไลท์ บริษัทยักษ์ใหญ่ในแวดวงผ้าของคุณอาร์ม ตามคำแนะนำของดวงมาลย์ที่ต้องการให้คุณเข้าไปเพื่อให้รักษาหุ้นยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ของมารดาคุณ อุรวีทำงานได้ดี จนได้รับตำแหน่งหัวหน้าข้างออกแบบลายผ้า ถึงแม้จะมีความเก่งเพียงใดก็ตาม อุรวีก็ยังแอบมีที่ปรึกษาทางอินเทอร์เน็ตคนหนึ่งในชื่อ I am pu คุณมักคุยกับเขาคนนั้นเป็นประจำ จนทั้งคู่รู้สึกสนิทสนมคุ้นเคยกัน แม้ว่าจะไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อนก็ตาม ชีวิตของอุรวีกำลังดำเนินไปได้อย่างสวยงาม ถ้าไม่มีอันธิกาซึ่งเรียนจบมาจากอเมริกาจะกลับมาเสียก่อน อาร์มอยากให้พี่น้องทั้งสองมีความรักใคร่ปรองดองกัน จึงเสนอให้อันธิกาทำงานร่วมกับอุรวีในตำแหน่งดีไซน์เนอร์ โดยไม่รู้เลยว่าเพลิงแห่งความแค้นเริ่มประทุขึ้นมาแล้ว

งานแรกที่ทั้งคู่ต้องเจอะกันคืองานแฟชั่นโชว์ ซึ่งอันธิกาต้องขึ้นเดินแบบให้กับเจ้าของงาน และระหว่างงานเดินอย่างนี้คุณก็แอบแกล้งอุรวีให้หัวเสีย ซึ่งอุรวีก็โต้กลับด้วยการให้สัมภาษณ์ แย่งซีนอันธิกาต่อหน้านักข่าวว่า ตนเองเป็นเจ้าของผลงานชุดเดินแบบในวันนี้ ทำให้อุรวีและอันธิกาตบตีกันในห้องแต่งตัว แต่เมื่อกลับมาถึงบ้าน อันธิกาก็เล่นละครตบตาอาร์มว่าจะคืนดีกับอุรวีทั้งที่มีแผนร้ายจะเล่นงานอุรวีอีก จากเหตุการณ์นี้ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้อุรวีเสียความรู้สึกเป็นอย่างมาก เมื่อคุณได้รู้ว่า I am pu ที่คุณคุยอย่างไว้วางใจมาโดยตลอดนั้นคือ อัมพุ คนสนิทที่อันธิกากำลังปลาบปลื้มอยู่และชวนเขามาเป็น Creative Director ในบริษัทของคุณ ในขณะที่อัมพุกลับคิดตรงผ่าน เขากลับรู้สึกชอบในบุคลิกท่าทางของอุรวี ผู้หญิงที่คุยทางอินเทอร์เน็ตมาตรงเวลานาน ในขณะที่คุณกลับตั้งตัวเป็นศัตรูกับเขาโดยที่เขาไม่รู้สึกตัวเลย

อุรวีมี อานิก ผู้จัดการโรงแรมรูปหล่อ เป็นกึ่งเพื่อให้นสนิทกึ่งคนรัก เป็นเหมือนเงาตามตัว วันหนึ่งอานิกมาหาอุรวีที่บริษัท อันธิกาเห็นเข้าพอดี เมื่อรู้ว่าเป็นคนสนิทของอุรวี คุณจึงเริ่มคิดแผนโดยการเอาตัวเข้าไปสนิทสนมกับอานิก ทำให้อุรวีไม่พอใจป็นอย่างมาก ส่วนอานิกนั้น เขาไม่เคยเห็นความสวยที่โฉบเฉี่ยวบาดตาบาดใจแบบอันธิกามาก่อน จึงทำให้เขาเคลิบเคลิ้มได้ง่าย จนทั้งคู่มีความเชื่อมโยงที่ลึกซึ้ง อรุวีพยายามขัดขวางไม่ให้อันธิกาเข้าใกล้อานิก จนอานิกไม่พอใจมีปากเสียงกับอุรวี อุรวีแค้นใจที่อานิกโดนอันธิกาเป่าหูจนหลงเชื่อ คุณพยายามง้ออานิกให้เข้าใจในตัวคุณ แต่ก็ไม่เป็นผลเมื่ออานิกไม่มีทีท่าจะเข้าใจคุณเลย

ในช่วงเวลานั้นอัมพุและอุรวีก็เกิดความสนิทสนมกันโดยไม่ตั้งอกตั้งใจเมื่ออุรวีได้มีโอกาสช่วยเหลือ เฟย์ แฟนของทอมน้องชายของอัมพุ เฟย์หนีออกจากบ้านมาเมื่อคุณจะโดนข่มขืนโดยน้าเขยของตนเอง เฟย์ไม่มีที่ไป อุรวีจึงตัดสินใจพาไปอาศัยอยู่ที่บ้านของคุณเอง ซึ่งละม่อมและดวงมาลย์ก็ให้การต้อนรับเฟย์เป็นอย่างดี เฟย์จึงได้เริ่มชีวิตใหม่ที่นี่ จากเด็กเกเรไม่สนใจการเรียน พูดจาห้าว ๆ ไม่มีหางเสียง เปลี่ยนเป็นเด็กที่เรียบร้อยขึ้น และเริ่มไปเรียนหนังสือเหมือนเด็กคนอื่น ๆ อัมพุรู้สึกดีกับอุรวีเป็นอย่างมาก เขาสัมผัสได้ว่าภายใต้ท่าทีที่แข็งกระด้างนั้น อุรวีก็ยังมีความอ่อนโยนในหัวใจ

วี หรือ อุรวี เกิดก่อน อ้น หรือ อันธิกา แค่ไม่กี่ชั่วโมง พี่น้องสองสาวที่มีพ่อคนเดียวกันคือ อาร์ม อุรวีเป็นลูกที่เกิดจาก มะลิวัลย์ เมียแต่งบุตรสาวประชาชนจน ๆ ในขณะที่อันธิกาเกิดจาก นพมาศ บุตรสาวคนจีน เถ้าแก่เศรษฐีค้าผ้า ที่ยื่นมือเผ่านาช่วยอาร์มในช่วงเริ่มกิจการโรงงานทอผ้าที่ประสบปัญหาจนเกือบล้มละลาย จนขยายธุรกิจแปลงเป็นบริษัทครบวงจรด้าน Garment แถวหน้าของเมืองไทย นพมาศและอ้นจึงได้ครอบครองอาร์ม จนทำให้วีและแม่ถูกทอดทิ้ง

มะลิวัลย์และอุรวีต้องย้ายกลับมาอยู่บ้าน ยายละม่อม และ ป้าดวงมาลย์ ยายและป้าของอุรวีที่ทำร้านขนมไทยโบราณเล็ก ๆ มะลิวัลย์เปลี่ยนเป็นโรคซึมเศร้า วัน ๆ เอาแต่อมทุกข์แทบไม่สนใจลูก อุรวีเติบโตมากับยายที่ชรากับป้าสาวแก่ปากไว ถึงจะไม่คิดร้าย แต่ทุกอย่างที่ดวงมาลย์บ่นก็ฝังความเกลียดชังพ่อ และตอกย้ำความอ่อนแอของมะลิวัลย์ จนกระทั่งมะลิวัลย์ผูกคอตายในที่สุด และภาพสุดท้ายก่อนที่แม่จะสิ้นใจนั้นฝังใจอุรวีจนเปลี่ยนเป็นฝันร้ายและความแค้นติดตัวเรื่อยมา

อันธิกาเองก็ถูกฝังหัวจากนพมาศว่าอุรวีคือคู่แข่งมาตั้งแต่เด็ก ศึกแย่งพ่อแบบเด็ก ๆ ของอันธิกาและอุรวีจึงค่อย ๆ บ่มเพาะในใจทั้งคู่ อุรวีโตขึ้นเป็นสาวเก่งมั่นใจแต่เย็นชา คุณเรียนการออกแบบลายผ้าแถมได้ทุนไปเมืองนอกด้วยตัวเอง ในขณะที่อันธิกาเติบโตเป็นสาวสวยเฉี่ยว เป็นนางแบบเซเลบทรงเสน่ห์แต่เรียนไม่ได้เรื่อง ควงชายหนุ่มไม่ซ้ำ ด้วยปมลึก ๆ ที่ขาดความรักความเอาใจใส่ เพราะแม่ก็เอาแต่ตามหึงพ่อที่มีบ้านเล็กบ้านน้อยไม่ซ้ำ อันธิกาสร้างเรื่องฉาวจนนพมาศต้องส่งไปเรียนอังกฤษ

เมื่อเรียนจบและอุรวีเริ่มเข้าทำงานที่บริษัทการ์เมนต์ของอาร์ม เพราะดวงมาลย์บอกให้อุรวีอยู่รักษาสิทธิ์หุ้นส่วนหนึ่งของแม่ที่ร่วมก่อตั้งมา แต่เป้าหมายของอุรวีคือการเริ่มทำร้านเสื้อเล็ก ๆ ของตนเองไปด้วย โดยยังต้องใช้ทุนอุดหนุนจากบริษัท อุรวีทำงานเก่งจนอาร์มปลื้ม นพมาศจึงเรียกตัวอันธิกากลับก่อนที่อุรวีจะฮุบไปคนเดียว อันธิกากลับมาพร้อมโปรเจกต์ใหญ่เปิดแบรนด์เสื้อไฮเอน อันธิกา โดยคุณซื้อตัว อัมพุ อาร์ตไดเร็คเตอร์ชายหนุ่มรูปหล่อขั้นเทพที่อันธิกาหลงรักตั้งแรกเห็นกลับมาด้วย

อานิก เพื่อให้นชายคนสนิทที่ชอบอุรวีมาตั้งแต่เรียนกว่า 10 ปี แต่อุรวีก็ไม่เคยใช้คำว่าแฟนกับอานิกเต็มปากเต็มคำเลย มีเพียง แป๋ม เพื่อให้นสนิทที่เป็นทั้งเพื่อให้นและผู้ช่วยของอุรวีที่รู้จักตัวตนอุรวีดีที่สุด ที่เห็นความข้องเกี่ยวอันไม่ชัดเจนนั้นมาตลอด แต่ด้วยความสวยอบอุ่น และซื่อสัตย์ของอานิ ทำให้คิดว่าอานิกคือคนที่ใช่ ในขณะที่อานิกเองก็เป็นคนมีปมจากครอบครัวใหญ่หลายเมียของพ่อ เขาเองก็ชื่นชมอุรวีเพราะเป็นหญิงแกร่งเด็ดเดี่ยวเหมือนแม่ของเขาที่เป็นแม่ใหญ่

อัมพุถูกกาหัวตั้งแง่ทันทีจากอุรวี ว่าคือผู้ชายที่อันธิกาซื้อมาก็แค่นั้นทั้ง ๆ ที่จริงอัมพุเป็นคนติดดินและปากกัดตีนถีบ เขาไปอยู่เมืองนอกแต่เด็กเพราะแม่ทิ้ง และพ่อไม่มีปัญญาดูแลจนส่งให้ไปอยู่กับป้าที่แต่งงานกับฝรั่ง เขาแอบมีบุตรสาววัย 6 ขวบชื่อ เบธ ที่เกิดกับ แจ๊กกี้ นางแบบฝรั่ง แต่ด้วยความที่ยังเด็กและความสมถะของอัมพุ ทำให้แจ๊กกี้ทิ้งไปมีคนอื่น อัมพุจึงตัดสินใจมาตั้งต้นสร้างเนื้อสร้างตัวใหม่ที่เมืองไทยจากข้อเสนอก้อนโตจากอันธิกา แต่เขามั่นใจและตั้งอกตั้งใจที่จะทำงานให้ดีคุ้มค่ากับเงินที่ได้รับ โดยมีเป้าหมายว่าจะรับเบธมาอยู่ด้วย

การตั้งแง่ คำดูถูกของอุรวี จึงเป็นสิ่งที่อัมพุต้องพิสูจน์เพื่อให้เปลี่ยนมุมมองของอุรวีที่มีต่อเขาให้ได้ เขาจึงหาทางใกล้ชิดอุรวี บวกกับโปรเจกต์แรกในการเปิดตัวแบรนด์ของอันธิกา คือการทำ Photo Fashion Books ที่ยิ่งใหญ่อลังการ จนอาร์มสั่งให้อุรวีมาช่วยดูแลเพราะไม่มั่นใจว่าอันธิกาจะทำสำเร็จ ทำให้ทั้งคู่ต้องทำงานด้วยกัน ทั้งอันธิกาและอุรวีต่างจำใจทำงานด้วยกัน โดยอันธิกาพยายามวางตัวเหนือกว่า แต่อุรวีก็เอาคืนได้ตลอดด้วยการทำให้อันธิกาเสียหน้าในงานเพราะสวยแต่สมองกลวง สงครามก่อตัวช้า ๆ แต่ยิ่งทวีความร้ายแรงขึ้น เมื่ออานิกที่เพิ่งจะได้รับตำแหน่งผู้จัดการโรงแรมใหญ่ได้เจออันธิกา และอันธิกาก็อ่อยอานิกโดยเป้าหมายหลักคือการหาสปอนเซอร์ให้หนังสือ บวกเป้าหมายรองคือแกล้งเอาคืนอุรวี เมื่อรู้ว่าอานิกเป็นแฟนอุรวี

ในขณะที่อานิกเองก็หวั่นไหวกับอันธิกาตั้งแต่ทีแรกเห็น เพราะความสวยเย้ายวนบาดใจและความขี้อ้อนอ่อนหวานมีชีวิตชีวา ต่างกับอุรวีที่แสนเย็นชา เพราะลึก ๆ อานิกเป็นผู้ชายที่มีด้านมืดของความปรารถนาที่ไม่มีใครรู้

เกมและความใกล้ชิดของ 4 ชายหนุ่มสาวที่เริ่มผิดฝาผิดตัวขึ้นเรื่อย ๆ อัมพุศึกษาค้นพบด้านที่น่าสงสารของเด็กที่ถูกทิ้งอย่างอุรวี ทำให้นึกถึงบุตรสาว จนเริ่มเปลี่ยนเป็นความรัก ในขณะที่อุรวีก็เห็นถึงความเป็นคนดี เก่ง ตั้งอกตั้งใจทำงานของอัมพุ บวกกับปมปัญหาทางบ้านของอัมพุเรื่องการอาพาธของหลวงพ่อ และ ทอม น้องชายเด็กแว้นที่ทำสก๊อยท้องก่อนวัยอันควร ทำให้อุรวีบังเอิญรู้เห็นและช่วยเหลือหลายครั้ง ความสนิทสนมทำให้อันธิกาหึงหวง เหวี่ยงวีนจนควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ และเอาคืนด้วยการยั่วยวนอานิกกลับ จนอานิกตกหลุมรักอันธิกาขึ้นมาจริง ๆ

สุนิสา เลขาสาวของอาร์ม คุณแอบเป็นเมียน้อยของอาร์มมาหลายปี โดยที่ไม่มีใครเอะใจแม้แต่นพมาศ และแป๋มเห็นแววรัก 4 เส้าจึงคอยเตือนอยู่ รวมทั้ง ทะนง เพื่อให้นสนิทของอัมพุ และ พลอย แฟนของทะนงที่เป็นนักจิตวิทยา เห็นพัฒนาการความเกี่ยวข้องของทั้ง 4 คนว่าจะเริ่มก่อปัญหาใหญ่ แป๋มพยายามเตือนสติอุรวี จนอุรวีนึกถึงเรื่องที่อานิกเคยขอแต่งงาน เพื่อให้จะจบปัญหา

และจากนั้นก็ถึงจุดระเบิด อันธิกาขาดสติเมื่อคิดว่าอัมพุให้อุรวีนั่งรถที่อันธิกาพึ่งจะถอยใหม่ให้อัมพุก่อนคุณ อันธิกายอมรับรักและยื่นคำขาดกับอัมพุให้เลิกยุ่งกับอุรวี จนอัมพุอึดอัดและยอมรับว่ารักอุรวี อันธิกาไปเมากับอานิกและมีอะไรกันโดยที่อันธิกาไม่คิดจริงจัง แต่สำหรับอานิกเขารู้ทันทีว่าจะไม่มีวันปล่อยอันธิกาให้หลุดมือ

ในเวลาที่อุรวีเหนื่อยกับการห้ำหั่นกับอันธิกา และตัดสินใจจะตอบตกลงแต่งงานกับอานิก แต่เปลี่ยนเป็นว่าอานิกมาหาอุรวีเพื่อให้ขอให้อุรวีช่วยให้เขาได้แต่งงานกับอันธิกา อุรวีทั้งเจ็บทั้งอายทั้งแค้น จนปมทุกอย่างที่พยายามกดไว้ในอดีตปะทุระเบิดลูกใหญ่ และนาทีนี้คือการเอาคืนทุกสิ่งที่ผ่านมา

อุรวีเดินเกมความแค้นทำสิ่งที่ไม่เคยทำ ด้วยการตกลงเป็นแฟนอัมพุ เรียกอาร์มว่าพ่อทั้งที่ไม่เคยเรียก อ้อนทวงความเป็นบุตรสาวคืน ให้อาร์มซัพพอร์ตเปิดตัวแบรนด์เสื้อผ้ วีว่า จากร้านเล็ก ๆ ให้เทียบเท่า อันธิกา และที่สำคัญขโมยซีนประกาศแต่งงานตัดหน้าอันธิกาในงานวันเกิดอาร์ม ที่นพมาศเรียกสื่อมาเพื่อให้ประกาศข่าวแต่งงานของอันธิกากับอานิก แต่อุรวีปาดหน้าแต่งก่อนแค่วันเดียว

อันธิกาแทบคลั่งและประกาศกร้าวว่าจะเอาอัมพุคืนให้ได้ ถึงแม้จะแต่งอานิกและจากนั้นก็ตาม จนอานิกเหลืออด เริ่มใช้ความร้ายแรงแสดงด้านมืดมากขึ้น อันธิกาตามเฝ้าอัมพุอย่างไม่อายถึงบ้านอุรวี จนนพมาศและดวงมาลย์กลับมาเปิดศึกกันอีกรอบ

ตลอดเวลาต่างคนต่างเหมือนอยู่ในกองเพลิงร้อน ๆ อันธิกาใช้ทั้งมารยาเล่ห์กล ทั้งแฉเรื่องอัมพุแอบมีลูกกลางทริปฮันนีมูน อุรวีโกรธอัมพุมากแต่ยังอยู่เพราะไม่ยอมเล่นไปตามเกมอันธิกา แต่ความข้องเกี่ยวของทั้งคู่ยิ่งเย็นชา อัมพุอยู่กับชีวิตคู่ที่ไม่เคยแน่ใจว่าอุรวีรักเขาหรือเขาเป็นแค่หมาก ในความพยายามที่จะเยียวยาหัวใจอุรวี อัมพุก็ต้องหาวิธีหนีให้พ้นอันธิกา ขณะที่อานิกต้องวิ่งไล่ปราบอันธิกาเหมือนแมวจับหนูเป็นทอด ๆ

อันธิกายุให้แจ๊กกี้ส่งเบธมาอยู่เมืองไทย ความเป็นเด็กวีนขาดความอบอุ่นของเบธ ทำให้รอยร้าวของอุรวีกับอัมพุเพิ่มมากขึ้น แต่ลึก ๆ เบธก็ชอบอุรวี และอยากให้อุรวีเป็นแม่มากกว่าอันธิกา อานิกกลุ้มเรื่องอันธิกาจนต้องกลับมาปรึกษาอุรวี อัมพุก็ยิ่งหวั่นไหวว่าอุรวียังรักอานิกอยู่ เรื่องบานปลายจนอัมพุกับอุรวีแยกกันอยู่ อุรวีรู้สึกตัวว่าท้องหลังจากอัมพุย้ายออกไป และเริ่มนึกถึงลูกที่จะเกิดมาแบบขาด ๆ วิ่น ๆ เหมือนคุณและเบธ

อันธิกาอาศัยช่วงอัมพุเศร้า หลอกอัมพุมาทำงาน แต่มอมยาอัมพุและพาขึ้นห้อง อันธิกาถ่ายคลิปไปเย้ยอุรวี ยินดีที่เราสองคนพี่น้องใช้ผัวร่วมกันจนได้ อานิกโกรธมากลากอันธิกาไปซ่อนตัว อานิกจับอันธิกากร้อนผมขังไว้ด้วยกันที่เกาะกลางสมุทรนานหลายวัน นพมาศร้อนใจแต่ไม่รู้จะพึ่งใครเลยไปตามสุนิสาที่ไว้ใจมาตลอดที่อยู่ ๆ ก็ลาออกกระทันหัน จนรู้ว่าสุนิสาท้องกับอาร์ม นพมาศตบสุนิสาตกบันไดจนแท้ง

อุรวีตามไปดูสุนิสาและชวนมาอยู่ที่บ้านด้วยกัน และบังเอิญเจออัมพุที่พาเบธที่ไม่สบายมาหาหมอพอดี อาร์มตามไปหาสุนิสา นพมาศตามมา ในเวลาที่อุรวีก็พึ่งเกลี้ยกล่อมอานิกให้พาอันธิกากลับมาพอดี สภาพของอันธิกาที่ไม่เหลือความสวยสง่ามั่นใจ ตัวสั่นงันงกเพราะอานิก ความวุ่นวายตบตีแย่งชิงของนพมาศ ความไม่รู้จักพอของอาร์ม ความเศร้าของอัมพุและเบธ ยายละม่อมบอกให้ทุกคนหยุด และดูความเจ็บปวดสูญเสียที่เกิดขึ้นตรงหน้า ที่มาจากกิเลสตัณหาความแค้นการแย่งชิงของผู้ใหญ่ ที่ทำลายชีวิตเด็กตาดำ ๆ อย่างมาก ทั้งลูกในท้องสุนิสา ทั้งอุรวี ทั้งอันธิกา พี่น้องที่ถูกบ่มเพาะจากความแค้น

ปาฏิหาริย์รักจากดวงดาว (Silence)

ละคร “ปาฏิหาริย์รักจากดวงดาว” (Silence) นำเสนอเรื่องราวความรักระหว่าง “ชีเหว่ยอี้” นักธุรกิจชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมซึ่งถูกพ่อบงการชีวิตตั้งแต่เล็กจนโตจึงโหยหาชีวิตที่เป็นอิสระและเป็นสุข แต่สุดท้ายกลับพบว่าตนเองเป็นโรคร้ายแรงและกำลังจะตายในไม่ช้า กับ “จ้าวเซินเซิน” เด็กสาวในความทรงจำที่สวยงามของเหว่ยอี้ คุณสูญเสียความชำนาญในด้านการพูดหลังประสบอุบัติเหตุ และต้องสูญเสียพ่อแม่ตั้งแต่ยังเด็ก แต่ยังคงมองโลกในแง่ดี สดใสร่าเริง และรักความเป็นธรรม

เกริ่นนำ

 

 

 

ละครเปิดฉากด้วย ‘เสียง’ ของ “ชีเหว่ยอี้” ที่ถามคนดูว่าเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับ “ลัคกี้สตาร์” ไหม? (ภาพในละครเผยให้เห็นมือใครคนหนึ่งซึ่งกำลังทำสัญลักษณ์มือ “ลัคกี้สตาร์”) เขาอธิบายว่าสัญลักษณ์มือดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นคือรหัสเชื่อมต่อ หากเราทำสัญลักษณ์มือที่ว่าบนโลกมนุษย์ คนที่รักเราแต่จากเราไปแล้วจะได้ยินเสียงโหยหาอาวรณ์ของเราและจะนำพาความสุขใจมาให้ หลังจากนั้นภาพก็ตัดไปที่ “จ้าวเซินเซิน” ซึ่งเดินตรงไปยังท้องสมุทรตามลำพัง คุณเงยหน้ามองฟ้าด้วยใบหน้ายิ้มแย้มพลางบอกคนดูว่า ทุกครั้งที่มองท้องฟ้าคุณจะนึกถึงเด็กชายคนหนึ่งซึ่งคุณไม่มีวันลืม คุณทำสัญลักษณ์มือ “ลัคกี้สตาร์” แล้วยกขึ้นไปบนท้องฟ้าก่อนบอกว่า เด็กคนนั้นก็คือ…’เขา’ คนที่มอบ ‘ความทรงจำ’ ที่สวยงามที่สุดในชีวิตให้กับคุณ

 

 

เซินเซินเล่าเรื่องราวของคุณให้คนดูฟัง โดยบอกว่าพ่อของคุณเป็นชาวเกาหลี หลังท่านเสียชีวิต (ตอนที่คุณยังเด็กมาก) แม่ก็พาคุณกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านเกิดของแม่โดยหาเลี้ยงชีพด้วยการขายข้าวหน้าเนื้อย่างจานโปรดของพ่อ คุณชอบยืนดูแม่ทำเนื้อย่าง ทั้งยังชอบขอให้แม่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพ่อ ซึ่งแม่จะสุขสบายทุกครั้งเมื่อเล่าถึงช่วงเวลาที่เคยใช้ชีวิตอยู่กับพ่อ และนั่นก็ทำให้คุณพลอยสุขสบายไปด้วย ครอบครัวคุณมีเพื่อให้นบ้านชื่อ “ลุงจั่ว” เขาเคยร่วมทำธุรกิจกับพ่อจึงมักเป็นห่วงเป็นใยคุณกับแม่เสมอ ทั้งยังคอยดูแลคุณเหมือนเป็นบุตรสาวคนหนึ่ง แต่ทว่าลุงจั่วกลับชอบทุบตีและมักตะคอกใส่ “จั่วจวิน” (ลูกชาย) เป็นภาษาจีนกวางตุ้ง (ดาราที่สวมบทลุงจั่วเป็นชาวฮ่องกง) เพราะเขาไม่ว่านอนสอนง่ายเหมือนคุณ (ซ้ำยังเถียงคำไม่ตกฟาก) ถึงกระนั้นจั่วจวินก็ไม่เคยรู้สึกรู้สา แถมยังคงสุขสบายดีและชอบเล่นสนุกไปวันๆ อย่างกับชีวิตนี้ไม่มีอะไรเป็นแก่นสาร จนกระทั่งวันนั้น… วันที่จั่วจวินพาคุณโดดเรียน

 

 

อยู่ๆ ก็มีรถเก๋งคันหนึ่งวิ่งตัดหน้ารถเมล์คันที่คุณกับจั่วจวินโดยสารมาแบบกระชั้นชิดเป็นเหตุให้รถชนกัน หลังจากนั้นรถเมล์ก็เสียหลักพลิกตะแคงก่อนไถลไปตามถนน ในตอนนั้นคุณสะดุ้งกลัวมากและคิดว่าคงไม่รอดแน่ จั่วจวินรีบอุ้มคุณไปส่งโรงพยาบาล (เป็นโรงพยาบาลเก่าแก่และโรงพยาบาลเดียวในเมืองนั้น) พลางร้องเรียกหมอทั้งที่เขาเองก็เจ็บไม่น้อย คุณพยายามร้องวิงวอนแต่กลับไม่สามารถเปล่งเสียงอะไรก็แล้วแต่ออกมา (ในตอนนั้นเหว่ยอี้กำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลดังกล่าวข้างต้น จึงเห็นเซินเซินถูกอุ้มเผ่านาโดยมีบาดแผลตามร่างกาย) หลังพยายามรักษาด้วยวิธีการต่างๆ แต่ไม่เป็นผล ในที่สุด “หมอซู” จึงบอกแม่ของคุณว่า คุณคงช็อคกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงมีปัญหาเรื่องการพูดชั่วคราว เมื่อลุงจั่วรู้เข้าก็ดุด่า ทุบตี และโทษว่าเป็นความผิดของจั่วจวิน แถมยังบอกให้จั่วจวินดูแลรับผิดชอบคุณชั่วชีวิตหากคุณไม่สามารถพูดได้อีกต่อไป นั่นจึงเป็นนัดแรกที่คุณเห็นจั่วจวินรู้สึกผิดจนพูดไม่ออก (จั่วจวินยอมให้พ่อลงโทษโดยไม่โต้เถียงสักคำ)

 

 

 

ขณะรักษาตัวในโรงพยาบาล คุณไม่ต้องการจะเชื่อว่าตนเองอาจพูดไม่ได้ตลอดชีวิตเลยวิ่งขึ้นไปบนดาดฟ้าโรงพยาบาล จากนั้นก็พยายามเปล่งเสียงตะโกนอย่างสุดความถนัดแต่กลับไม่มีเสียงใดๆก็ตาเล็ดลอดออกมา อยู่ๆ คุณก็ความคิดว่ามีตัวเองโดดเดี่ยวและสิ้นหวังเหมือนเป็นมนุษย์ต่างดาวจากนอกโลก เพราะมนุษย์ต่างดาวไม่สามารถสื่อสารกับคนบนโลกได้แต่รู้และเข้าใจว่าคนบนโลกคิดอะไร ด้วยเหตุนี้คุณจึงทิ้งข้อความ (ถึงมนุษย์ต่างดาว) ไว้ในช่องลับภายในสถานที่หลบภัยร้าง (สถานที่หลบระเบิดช่วงสงครามของโรงพยาบาล) ทั้งที่รู้ว่าเป็นไปไม่ได้แต่คุณยังคงเฝ้ารอ โดยแอบหวังว่าสักวันจะมีใครสักคนจากนอกโลกโผล่มาที่นี่และไม่ปล่อยให้คุณโดดเดี่ยวเปลี่ยวเหงาอีกต่อไป ปรากฏว่าบ่ายวันนั้นคุณได้รับข้อความตอบกลับจากมนุษย์ต่างดาว (เหว่ยอี้) ซึ่งอ้างว่าตนมาจากดาวอังคาร

ขณะที่คุณจะนำข้อความที่เขียนถึงเพื่อให้นต่างดาวไปใส่ไว้ในช่องลับ เหว่ยอี้ซึ่งยังคงบาดเจ็บที่ขาก็เดินเผ่านาในที่หลบภัย คุณจึงยื่นข้อความตอบกลับให้ ‘มนุษย์ดาวอังคารใส่เฝือก’ เองกับมือ ครั้นมองว่าเขากลัวแมลงสาบ คุณจึงช่วยจัดการแมลงสาบเจ้ากรรมให้ เขาอ้างว่าแมลงสาบเป็นตัวซวยสำหรับมนุษย์ดาวอังคารจากนั้นก็วิ่งหนีไป ครั้นได้เห็นเพื่อให้นต่างดาวตัวเป็นๆ คุณอดผิดหวังนิดๆ ไม่ได้เพราะเขาผิดจากที่คุณคิดเอาไว้ แถมยังเป็นมนุษย์ดาวอังคารที่กลัวแมลงสาบอีกต่างหาก

 

 

 

หลังจากนั้นคุณบังเอิญพบเขาหลบมายืนพิงต้นไม้ใหญ่ตามลำพัง พลางหลับตาพริ้มขณะสวมหูฟังเช่นเดียวกันกับเขาเป็นคนเดียวที่เหลืออยู่ในโลก นั่นจึงทำให้คุณเข้าใจว่าทำไมเขาถึงบอกว่าตนเองเป็นมนุษย์ดาวอังคาร เพราะเหล่ามนุษย์ต่างดาวที่อยู่บนโลกมนุษย์ล้วนอ้างว้างโดดเดี่ยว คุณยังพบด้วยว่าดาดฟ้าโรงพยาบาลเป็นสถานที่ลับสำหรับการปลีกวิเวกอีกแห่งของมนุษย์ต่างดาว หลังพบกันโดยบังเอิญอีกทีบนดาดฟ้าคุณกับเขาก็นั่งทานข้าวกล่องมื้อเย็นด้วยกัน เขาเห็นข้าวหน้าเนื้อย่างที่แม่คุณทำมาให้แล้วอดใจไม่ไหว จึงเอ่ยปากขอแลกข้าวกล่องกับคุณและนั่งทานอย่างเอร็ดอร่อย ขณะเดินกลับห้องผู้ป่วยเขาดันถามเรื่องที่มนุษย์ต่างดาวไม่ควรถาม (ชื่อบนโลกมนุษย์ของคุณ) จากนั้นก็แนะนำตัวว่าตนชื่อ “ชีเหว่ยอี้” คุณจงใจเขียนชื่อเป็นภาษาเกาหลีลงบนสมุดโน้ตแล้วยื่นให้เขาดู เขาเลยเดาว่าคุณเป็นคนเกาหลีและที่คุณไม่พูดเป็นเพราะภาษาจีนกลางไม่แข็งแรง

 

 

วันที่สองของการได้รู้จักเพื่อให้นใหม่ แม่ของคุณประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตขณะจะนำข้าวหน้าเนื้อย่างมาส่งให้คุณที่โรงพยาบาล (ก่อนแม่เสียชีวิตลุงจั่วให้คำมั่นว่าจะช่วยดูแลคุณ) หลังได้รับข่าวร้ายคุณรู้สึกเหมือนตัวเองสูญเสียโลกทั้งใบ ถึงพูดได้อีกทีจะมีประโยชน์อะไรบ้างที่อยู่ในเมื่อแม่ไม่มีวันได้ยินเสียงคุณอีกแล้ว ดูเหมือนว่ามนุษย์ดาวอังคารจะเข้าใจความเจ็บปวดของคุณ เขาเลยปลอบใจคุณด้วยการเล่าเรื่องลัคกี้สตาร์ให้ฟัง โดยบอกว่าสำหรับมนุษย์ดาวอังคารแล้วจะอยู่หรือตายไม่แตกต่างกันสักนิด เพราะคนที่จากโลกนี้ไปแล้วจะโบยบินไปยังแดน ‘แห่งนั้น’ เขาทำสัญลักษณ์มือแล้วยกทาบบนท้องฟ้า โดยบอกว่านี่เป็นรหัสลับที่รู้กันในหมู่มนุษย์ดาวอังคารเท่านั้น

เขาเล่าต่อว่าแดนแห่งนั้นคือ ‘สตาร์’ หรือคุณจะเรียกมันว่า ‘ลัคกี้สตาร์’ ก็ได้ คนที่จากโลกนี้ไปแล้วจะไปอยู่บนลัคกี้สตาร์เหนือฟากฟ้าและจะทอแสงระยิบระยับให้คุณ ไม่แน่ว่าบางทีตอนนี้แม่ของคุณอาจอยู่บนนั้น ท่านรู้ว่าคุณไม่ชอบพูดเลยอยู่บนนั้นทุกคืนแล้วพูดคุยกับคุณด้วยการส่องแสงระยิบระยับและยิ้มให้คุณ เขาสอนคุณทำสัญลักษณ์มือลัคกี้สตาร์ (ทำภาษามือที่แปลว่า ‘รัก’ ทั้งสองมือแล้วนำมาประกบ (เกี่ยว) กันตรงนิ้วกลางกับนิ้วนาง จากนั้นนำนิ้วโป้งของมือซ้ายมาแตะนิ้วก้อยของมือขวา ยืดนิ้วชี้ตรงๆ จะเห็นเป็นสัญลักษณ์รูปดาวห้าแฉก) พลางบอกว่าคนที่อยู่บนลัคกี้สตาร์ล้วนเป็นคนดี ที่สำคัญหัวใจของพวกเขาเชื่อมโยงกับหัวใจของเรา เขาดันมือคุณ (ที่ทำสัญลักษณ์ลัคกี้สตาร์อยู่) ให้แนบอก (หัวใจคุณ) ก่อนบอกว่าตราบใดที่คุณรักและโหยหาอาวรณ์คนที่อยู่บนลัคกี้สตาร์ พวกเขาจะอยู่ ‘ตรงนี้’ ตลอดไป (เหว่ยอี้ชี้ที่มือของคุณซึ่งยังคงวางทาบหัวใจ)

 

คุณนึกถึงตอนที่แม่เล่าเรื่องพ่อให้ฟังอย่างเป็นสุข แม่บอกคุณว่าถึงพ่อจะจากไปแล้ว แต่ด้วยเหตุว่าแม่กับพ่อรักกันมาก พ่อจึงอยู่ในใจแม่เสมอ เขาเห็นคุณน้ำตาร่วงเลยบอกว่าแม่ของคุณไม่อยากให้คุณขี้แง จากนั้นก็ช่วยซับน้ำตาให้และบอกคุณว่าแม่อยากให้คุณใช้ชีวิตอย่างแฮปปี้ (คุณเลยรีบปาดน้ำตา) เขาเตือนคุณว่าวันนี้เป็นวันคริสต์มาสอีฟ ครั้นมีเสียงคนร้องเพลงดังแว่วมาตามลม เขาจึงบอกคุณว่าเสียงเพลงดังที่กล่าวมาแล้วเหมือนล่องลอยมาจากลัคกี้สตาร์ หลังจากนั้นเขาก็พาคุณเดินตามเสียงเพลงไปยังโบสถ์คริสต์เล็กๆ ขณะฟังเพลงจากลัคกี้สตาร์ คุณรู้สึกอบอุ่นและเป็นสุขใจเหมือนมีแม่อยู่เคียงคู่ (เหว่ยอี้จับมือให้กำลังใจคุณด้วย)

 

 

 

วันต่อมาเขาพาคุณไปฟังเพลงโปรดจากหูฟังด้วยกันใต้ต้นไม้ใหญ่ (ทั้งคู่จับมือกันขณะฟังเพลง) โดยบอกว่าเพลงนี้เป็นของมนุษย์ดาวอังคาร (เพลง “Try To Remember” ของวง Brothers Four) จึงมีเพียงมนุษย์ดาวอังคารที่ได้ฟัง หลังจากนั้นเขาก็แอบพาคุณหนีออกจากโรงพยาบาลเพื่อให้ไปเที่ยวสวนสนุกของมนุษย์ดาวอังคารทั้งที่ขาใส่เฝือก คุณแฮปปี้มากที่ได้ผจญภัยในแบบ ‘มนุษย์ดาวอังคารโอนลี่’ เป็นนัดแรกในชีวิต เขาคิดว่าตนพูดอยู่ข้างเดียวเลยเลิกพูดแล้วหันมาเขียนข้อความคุยกับคุณแทน

 

หลังจากนั้นเขาก็ชวนคุณเขียนข้อความที่อยากบอกกันและกัน โดยให้นำข้อความดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นไปเก็บซ่อนไว้ในช่องลับ (ภายในสถานที่หลบภัย) ครั้นพวกตนโตขึ้นจึงค่อยกลับมาอ่านและตอบข้อความนี้ เขาเสนอให้กลับมาที่นี่ตอนที่เขาอายุครบ 25 ปี ซึ่งก็คือปี ค.ศ. 2006 ทั้งคู่จึงสัญญาว่าจะกลับมาที่นี่อีกรอบใน ‘วันคริสต์มาส ปี 2006’ (วันนี้เป็นวันคริสต์มาส) อยู่ๆ มนุษย์ดาวอังคารก็ถามว่าคุณชอบเขาไหม เขาเห็นคุณยืนนิ่งเลยบอกให้ตอบวันพรุ่งนี้และเดินจากไป คุณบอกคนดูว่าที่ตนยืนนิ่งไม่ใช่ไม่อยากตอบ ก็แค่กำลังครุ่นคิดว่ามนุษย์ต่างดาวควรเผยความในใจอย่างไรดี คุณยังไม่ทันได้ตอบเขาก็หนีไปก่อนแล้ว คุณรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้ตอบเขา คุณอยากบอกว่าเขาเป็นเพื่อให้นเพียงคนเดียวของคุณ และคุณก็ชอบเขามากในฐานะเพื่อให้น… เพื่อให้นที่เป็นมนุษย์ต่างดาวเช่นเดียวกับคุณ

เจจุงวอน ตำนานแพทย์แห่งโชซอน ตอนที่ 20

“ท่านพ่อคะ ข้า…ตอนนี้ข้า…ยอมรับการแต่งงานไม่ได้ค่ะ” ซ๊อกรัน กล่าว

“อะ อะ อะไรนะ?” แม่ซ๊อกรัน ตกอกตกใจกับคำพูดของบุตรสาว

ยูบอกกับบุตรสาวว่าถ้าหนังสือสู่ขอมาถึงเราเมื่อไหร่คงไม่สามารถปฏิเสธได้

 

“ข้ารู้ดีค่ะ รู้ว่าปฏิเสธไม่ได้ และรู้ดีว่าคุณชายเบ๊กสำคัญกับครอบครัวเรายังไง ข้ารู้ดีค่ะ”

“นี่เจ้ารู้จริงแน่เหรอ นี่เจ้าลืมแล้วเหรอว่าใครกันที่ยอมเสี่ยงตายเพื่อให้จะช่วย..ชีวิตของพ่อเจ้าไว้น่ะ และจนป่านนี้พ่อของเจ้าก็ยังถูกตรวจตราอยู่เลย เวลานี้เจ้ายิ่งควรแต่งงานกับตระกูลเบ๊กเข้าไปใหญ่ พ่อเจ้าถึงจะพ้นข้อหาได้น่ะ” แม่ซ๊อกรัน กล่าว

“อืม..พอเถอะ เจ้าเลิกพูดสักเดี๋ยวได้มั้ย?”

“จะให้ข้าอยู่เฉยได้ยังไงล่ะ ข้าเห็นหนังสือสู่ขอก็รู้ว่ามันมีค่าขนาดไหน แต่นางกลับพูดอะไรออกมา นี่ ลูกแม่ เจ้าทำอย่างนี้กับคุณชายเบ๊กไม่ได้นะ” แม่ซ๊อกรัน กล่าว

“ขอสองวัน ไม่สิ ขอให้ข้าได้คิดสักวันนึงนะ ข้าต้องการเวลาคิดน่ะ” ซ๊อกรัน กล่าว

“โอ้ย ลูกคนนี้ พึ่งได้รับหนังสือสู่ขอมา แล้วจะให้พ่อกับแม่ส่งกลับไปได้ยังไง”

“ท่านพ่อคะ”

“งั้นก็แล้วแต่เจ้าเถอะ” ยู กล่าว

 

“โอ้ย ท่าน ๆ ๆ ท่านพี่ นี่ท่าน นี่ท่านทำอะไรน่ะ?”

“ที่จริงเรื่องนี้ ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในชีวิตลูกเรา นางควรมีเวลาคิดซักหน่อย” ยู กล่าว

“ขอบคุณมากค่ะ ขอบคุณมากค่ะท่านพ่อ”

“งั้นเจ้า ก็ออกไปเถอะ”

“ไม่นะ ท่านพี่ ทำแบบงี้ไม่ได้นะ ซ๊อกรัน ๆ”

“พอเถอะ นั่งลง ๆ มานี่มา นั่งลง ๆ”

“ท่านพูดอะไร ปล่อยไปอย่างงี้ได้ยังไง นี่ ถึงพรุ่งนี้ก็จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงอยู่ดีนั่นแหละ” แม่ซ๊อกรัน กล่าว

 

 

มักเซง บอกชิลบก ว่าให้กลับไปบอกคุณชายเบ๊กว่า นายท่านไม่ค่อยสบาย จะให้คนถือหนังสือไปพรุ่งนี้ ด้านซ๊อกรัน เดินทางไปหาบัณฑิตฮวางที่เจจุงวอน

“เมื่อคืนข้าได้อ่านหนังสือเล่มนึง บอกว่าร้อยปีก่อนฝรั่งเศส เคยเกิดปฏิวัติครั้งใหญ่ ฝรั่งเศสในตอนนั้น แปลงเป็นประเทศที่ล่ามนายแพทย์ ทนายเป็นคนที่สังคมเคารพ”

“ครับ”

“ภายหลังที่อเมริกาเลิกทาสเมื่อ 20 ปีก่อน ทุกคนในสังคมก็มีความเท่าเทียมกันหมด ท่านว่ามหัศจรรย์มั้ย?”

“ครับ น่าอัศจรรย์มาก เรื่องในอเมริกา ข้าเองก็เคยได้ยินหมออัลเลนเล่าบ้างเหมือนกัน”

“โลกใบนี้มันกำลังจะเปลี่ยนไป และตอนนี้ โชซอนก็กำลังจะเปลี่ยนไปเหมือนกัน ท่านพ่อข้าก็เคยบอกว่าเมื่อหลายปีก่อน ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมี โรงพยาบาลอย่างเจจุงวอนเกิดขึ้นในโชซอนได้ ดูเป็นไปไม่ได้เลย แม้แต่ตัวข้าก็ไม่เคยคิดฝันว่าจะได้มาทำงานในเจจุงวอน ความฝันที่เคยแม้แต่ฝันยังไม่กล้า แต่สุดท้ายเรื่องพวกนี้กลับแปลงเป็นความจริงขึ้นมาได้ ดังนั้นไม่ว่าจะ มีอุปสรรคขวางกั้นมากเท่าไหร่ ข้าก็มั่นใจว่าจะเผชิญหน้ากับมันได้ คือข้า.. คิดอย่างงี้น่ะ”

“ครับ ใช่ครับ”

 

“วันนี้ ข้าเพิ่งจะจะได้รับหนังสือสู่ขอ คุณชายเบ๊กขอข้าแต่งงานน่ะ”

“เรื่องนั้นข้ารู้แล้ว”

“วันพรุ่งนี้ท่านพ่อ จะให้คนนำหนังสือตอบรับไป แต่ข้าบอกท่านพ่อว่า ในตอนนี้ข้ายังไม่ยอมรับคำขอแต่งงานของคุณชายเบ๊กน่ะ ท่านไม่มีอะไรจะพูดกับข้าบ้างเลยเหรอ ช่วยบอกทีว่าข้าควรทำยังไง?”

หมอเฮรอน เจอโดยังจึงสอบถามว่าไม่มีอะไรบอกกับตนหรือ

 

“คือผมได้ยินมาจากพระราชาแล้ว คุณปลอมลายเซ็นของผม เพื่อให้ไปช่วยเหลือล่ามยู”

“ท่านผอ. เรื่องนั้นผมขอโทษด้วย แต่สภาวะตอนนั้นบีบบังคับผม ผมไม่มีเวลาคิดหาวิธีอื่น”

“ไม่มีเวลาคิดคุณจึงปลอมแปลงจดหมาย โดยคิดว่าจะไม่มีใครรู้? มิสเตอร์เบ๊ก คุณเป็นคนที่น่ากลัวมาก” หมอเฮรอน กล่าวอย่างไม่ไว้หน้า

“แต่การซื้อกำมะถันเพื่อให้ทำยาเป็นความจริง”

“บอกแล้วว่าผมไม่ได้รับการฝากฝังใดจากหมออัลเลน”

“พวกข้าหาพยานมาได้แล้ว จริงอยู่ที่ความจริงแล้วเราควรจะพาพยานคนนั้นมาหาท่าน ผอ.ก่อน แต่ตอนนั้นไม่มีเวลามากพอจริง ๆ โปรดเข้าใจเราด้วย เพราะสำหรับข้า ล่ามยูเปรียบเหมือนพ่อแท้ ๆ ถ้าพ่อของท่านต้องถูกคนอื่นกล่าวหาจนต้องถูกประหารชีวิตบ้าง ท่าน ผอ.จะทำยังไงครับ ข้าทำทุกอย่างก็เพื่อให้ช่วยคน หวังว่าท่านจะเข้าใจข้า” โดยัง กล่าว

“แต่ถ้าผมไม่ยอมพูดโกหกไป คุณรู้สึกตัวมั้ยว่า คุณควรต้องถูกลงโทษในข้อหาหนักมาก”

“โกหกไปงั้นเหรอ?”

“ถูกต้องแล้ว ผมพูดโกหกกับพระราชาว่าที่นักศึกษาเบ๊กพูดกับท่านไปในวันนั้น ทั้งหมดนั่นเป็นความจริงทุกอย่าง”

“ท่าน ผอ. ขอบคุณท่านมาก ขอบคุณมากเลยครับ”

“ไม่ต้องขอบคุณผม เพราะที่ผมยอมโกหกไป ก็เพราะสักวันนึงควรต้องมีพยานที่จำเป็นต้องมาเพื่อให้การันตีในเรื่องนี้ ผมได้เขียนจดหมายหาดอกเตอร์อัลเลน เพื่อให้ขอการการันตีเรื่องนี้แล้ว ถ้าได้จดหมายรับรองมา ล่ามยูก็จะพ้นข้อหา อยู่ที่ช้าหรือเร็วเท่านั้น”

“ที่แท้ท่าน ผอ. ก็ลอบช่วยเหลือมาตลอด ข้าคิดไม่ถึงจริง ๆ”

“แต่ผมเป็นคนที่ยึดมั่นในหลักการ”

“ครับ เรื่องนี้ข้ารู้ดี”

“ถ้าหากมีเรื่องอย่างงี้เกิดขึ้นอีก แล้วคุณตัดสินใจทำอะไรโดยพลการละก็ ผมจะ..ไม่ยกโทษให้คุณอีกแน่ๆ”

“ครับ ข้าเข้าใจแล้วครับ”

ยองอิก กลับมาจากต้าชิง ก็เข้าเฝ้าพระเจ้าโกจง ได้รับคำชมจากพระมเหสีว่าความสามารถการวาดรูปพัฒนาไปมาก จากนั้นพระเจ้าโกจงตรัสว่าที่เรียกเข้าเฝ้าเพราะมีเรื่องที่เจจุงวอน

หมอเฮรอน สอนนักศึกษาแพทย์แล้วคุยเรื่องการสอบ

“ดูกระดูกตรงข้อนิ้ว เทียบกับมืออีกข้าง ไม่นาน เราก็จะเริ่มทำการสอบกันแล้ว คนที่ผ่านการสอบ จะได้รับโอกาสตรวจรักษาคนไข้ร่วมกับผม ไม่ก็กับดอกเตอร์ฮอร์ตั้น ภายใต้การควบคุมของพวกผมทั้งสองคน และใครที่สามารถทำคะแนนเป็นชั้นหนึ่ง ผมจะให้ประจำห้องตรวจโรค และสามารถรับรักษาคนไข้ของตนเองได้ อีกอย่าง หลังจากการสอบแล้ว คน ๆ นั้นยังจะได้เป็นผู้ช่วยผมในการผ่าตัดต้อกระจกตาอีกด้วย”

“เฮ้อ ข้าว่าที่หนึ่งไม่นักศึกษาฮวางก็ต้องเป็นนักศึกษาเบ๊กนี่แหละ” พอน กล่าว

“อย่างเราคงหมดหวัง” ฮัน กล่าว

“โดยัง เจ้ามั่นใจรึเปล่าหะ?” เจอุ๊ก ถาม

“แน่ๆ ข้าจะพยายามสุดกำลัง”

“นักศึกษาฮวาง” หมอเฮรอน เรียก

“ครับ”

“การตรวจโรคด้วยหูฟังของคุณยังไม่ครบ คุณต้องตรวจให้ครบจำนวนก่อน ถึงมีสิทธิสอบได้ และถ้าคุณตรวจคนไข้ได้ไม่ครบ ก็จะเท่ากับคุณสอบตก”

“ครับ”

ยองอิก เดินทางมาที่เจจุงวอน ถามหมอเฮรอน ตอนนี้คนไข้เยอะไหม

 

“ครับ ชาวโชซอนมองแพทย์ตะวันตกเปลี่ยนไป คนที่มารักษาเลยมากขึ้น คนไข้ที่ต้องนอนพักก็เพิ่มขึ้นด้วย คนไข้ต่างชาติที่มาก็ไม่น้อย”

“อืม ถือเป็นข่าวดีจริง ๆ ซี้ด..แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น เวลานี้พระราชาเอง..ก็ยังทรงเป็นห่วงโรงพยาบาลเจจุงวอน”

“ครับ”

“จริงอยู่เราวางใจที่ท่านเป็นคนบริหารที่นี่ แต่เหตุปัจจัยจากภายนอก เราก็จะไม่ป้องกันไม่ได้ วันนี้ข้าถึงได้รับพระบัญชาจากพระราชาให้มาตรวจ เผื่อว่า อาจมีเรื่องอะไรที่ต้องการให้ข้าช่วย”

“อืม ตอนนี้ในเจจุงวอน กำลังจะมีการผ่าตัดต้อกระจก ผมอยากให้ถูกเผยแพร่ออกไป”

“ผ่าตัดต้อกระจก โรคที่ลูกตาจะขุ่นมัว จนถึงสุดท้ายก็ทำให้ตาบอดนั่นน่ะเหรอ หมายความว่า ถ้าผ่าตัดแล้วจะทำให้กลับมามองเห็นได้เหรอครับ?”

“ใช่ ท่านเข้าใจถูกต้องแล้ว”

“ฮ่า ๆ ๆ ถ้าเป็นการผ่าตัดอัศจรรย์แบบงี้ เราก็ควรจะทำให้เจจุงวอนแปลงเป็นระดับสากลไปเลยสิ”

โก สอบถาม ฮวางจอง เรื่องหนังสือสู่ขอ ว่าจะทำอย่างไรต่อไป ฮวางจอง บอกว่าตอนนี้ตนห่วงแต่เรื่องการสอบ ใกล้ถึงวันสอบแล้ว ระหว่างนั้นใต้เท้ามินยองอิก เดินเผ่านา

“บันฑิตฮวาง สบายดีรึเปล่า?”

“ใต้เท้ามินเหรอ ท่านสบายดีรึเปล่าครับ?”

“ฮะ ๆ ข้าสบายดีอยู่แล้ว ข้าได้ยินคนพูดว่าเจ้าทำงานได้ดีมาก”

“ไม่ขนาดนั้นหรอก”

“ได้ยินจะสอบกันแล้ว ถึงเผ่านาเพราะคนสละสิทธิ? แต่หวังว่าคราวนี้เจ้าจะสอบได้ที่หนึ่งนะ..เข้าใจมั้ย?”

“แต่คนที่เก่งกว่าผ่านีเยอะเลยครับ”

“ด้วยความถนัดของนักศึกษาฮวาง จะคว้าที่หนึ่งคงไม่ยาก ท่านไม่ต้องเป็นห่วงครับ” โก กล่าว

“แน่ๆ ข้าเชื่อในตัวเจ้า จริงสิ ผ่านีจดหมายนำมาให้เจ้าด้วยนะ เป็นจดหมายที่ฝากมาจากอเมริกา หมออัลเลนเขียนมาน่ะ”มินยองอิกกล่าวและยื่นจดหมายให้ ฮวางจอง เปิดอ่าน

 

“ผมจากโชซอนมาตรงเวลาตั้งหลายเดือนแล้ว แต่ผมยังจำเรื่องราวทุกอย่างได้เหมือนพึ่งจะเกิดขึ้น ทุกมื้อที่กินข้าว ก็ชอบนึกถึงกิมจิ ที่มักเซงยกมาให้ แต่คนที่ทำให้ผมนึกถึงที่สุดก็คือมิสเตอร์ฮวางน่ะ ถึงผมจากเจจุงวอนมากะทันหัน แต่ผมก็ยังรู้สึกวางใจได้ว่า เจจุงวอนยังมีมิสเตอร์ฮวางอยู่ทั้งคน มิสเตอร์ฮวาง ผมนึกถึงคุณมาก เป็นยังไงบ้าง ถ้าหากคุณ..มีโอกาสได้มาเรียนต่อที่อเมริกากับผมคงไม่เลว ถ้าได้มาพร้อมกับซ๊อกรันด้วยก็ยิ่งดี เพราะที่นี่มีโอกาสที่มากกว่า”

“นึกถึงผอ.อัลเลนจังเนอะ”

“ใช่ เอ่อ จริงสิพี่ฮวาง ท่านลองเอาจดหมายฉบับนี้ เป็นข้ออ้างไปหาซ๊อกรันอีกรอบดีมั้ยใช้โอกาสนี้ลองชวนนางไปเรียนต่อที่อเมริกาด้วยกันดูสิ” โก กล่าว

แม่ซ๊อกรัน เรียกหมอดู มาดูตัวซ๊อกรัน

“โอ้ว เด็กสาวสวยอย่างกับนางฟ้าเชียวนะ”

“นี่ จะทำอะไรคะ?” ซ๊อกรัน ถาม

“บั้นเอวคุณคอดดี แถมมีตะโพกผายเต่งตึง อย่างงี้คลอดลูกไม่มีปัญหาหรอก แบบงี้ไม่ต้องเป็นห่วงเลยค่ะ”

“มันแน่อยู่แล้ว ข้าน่ะไม่ค่อยแข็งแรงจึงมีแค่บุตรสาวได้คนเดียว เลยเสียใจมาถึงวันนี้ ท่านช่วยตรวจดูดวงเวลาตกฟากให้หน่อย”แม่ซ๊อกรันกล่าว

“มีเวลาตกฟากของคุณชายด้วยเหรอคะ?” มักเซง ถาม

“ยังไม่ส่งหนังสือตอบรับจะมีได้ยังไง” แม่ซ๊อกรัน กล่าว

“แล้วท่านจะดูดวงพวกเค้ายังไงล่ะคะ?”

“ถ้ารู้กระทั่งวันตกฟากป่านนี้คงแต่งไปแล้ว”

“ท่านแม่คะ”

“เป็นไงบ้าง สองคนเหมาะกันมั้ย?”

“เป็นคู่ฟ้าประทาน”

“หา..สุดยอด ซ๊อกรัน เจ้าสองคนเป็นคู่ฟ้าประทาน”

“สองผัวเมีย จะมีชีวิตเป็นสุขมีกิน มีใช้บริบูรณ์ถือเป็นคู่ที่ไร้ที่ติ เหมือนดินเจอน้ำเกิดเป็นลำธาร เหมือนปฐพีก่อตัวเป็นขุนเขาอันยิ่งใหญ่ ครอบครัวจะรุ่งโรจน์รุ่งเรืองและเป็นเกียรติกับวงศ์ตระกูล”

“เป็นเกียรติกับวงศ์ตระกูล โอ้ว เรื่องดี ๆ อย่างงี้ ต้องเต้นรำฉลองหน่อยแล้ว”

“โอ๊ย นายหญิงคะ เรื่องเต้นรำอดทนไว้หน่อยเถอะ”

“นอกจากนี้ยังจะมีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง มีลาภยศสรรเสริญ จะครองคู่กันไปจนแก่เฒ่า คู่ที่ดวงสมพงศ์กันแบบงี้ หาได้ยากเป็นอย่างมาก อย่าปล่อยให้พลาดไปเด็ดขาดเชียวล่ะ เฮอะ ๆ”

“ถ้างั้น คือ..เรื่องบนเตียงจะเป็นไงบ้าง?” แม่ซ๊อกรัน กล่าว

“นายหญิง เรื่องนั้น..”

“นี่ เจ้าจะไปรู้อะไรเล่า นี่ มักเซง เจ้ารีบไปตามมาสิ” แม่ซ๊อกรัน กล่าว

“ค่ะ เดี๋ยวข้าไปตามเอง” มักเซง กล่าวแล้วออกไปตามซ๊อกรัน

 

“มาหลบอยู่ที่นี่เอง ข้านึกว่าท่านออกไปข้างนอก เลยวิ่งไปหาซะทั่วตลาด คุณหนู ข้าเข้าใจคุณหนูดีนะ แต่ท่านจะมานั่งกลุ้มใจก็ไม่มีประโยชน์แล้วล่ะ”

“ข้าอยากอยู่คนเดียว”

“ข้ารู้ว่าท่านเสียใจอยู่ ข้าเองก็เสียใจแทนคุณหนูอยู่เหมือนกัน เพราะถ้าหากเค้าเป็นลูกผู้ชายพอ อย่างน้อยก็ควรกล้าจะทำอะไรบ้าง เค้าควรยืดอกมาบอกว่า พวกเจ้าแต่งไม่ได้ ถ้าจะแต่งต้องผ่านศพข้าไปก่อน ควรพูดสิ่งที่ทำให้ผู้หญิงรู้สึกหวั่นไหวบ้าง ท่านว่าจริงมั้ย?”

“ข้าบอกแล้วว่าอยากอยู่คนเดียว”

“ถ้างั้น ข้าขอถามคุณหนูอีกคำเดียว เป็นคุณชายโดยังไม่ได้จริง ๆ เหรอ”

“เฮ้อ”

“โถ จะทำยังไงละเนี่ย คุณหนูถูกความรักครอบงำซะแล้ว” มักเซง กล่าว

 

ชุนฮวา และชุงจี มาที่เจจุงวอน ขอให้ฮวางจอง เป็นคนตรวจให้ แต่ฮวางจอง ปฏิเสธขอให้ไปนอกเจจุงวอน แล้วจะตรวจให้ ไม่เช่นนั้นให้หมอเฮรอนกับหมอฮอร์ตั้นตรวจแทนไปก่อน เมื่อชุนฮวา และชุงจี จะออกไปข้างนอก หมอเฮรอนคิดว่าจะปล่อยคนไข้กลับไปไม่ได้ สุดท้ายจึงอนุญาตให้นักศึกษาฮวางจองตรวจคนไข้ได้

ชุนฮวา และชุงจี รวมเงินกันซื้อสูทให้ฮวางจอง แต่เขาปฏิเสธไม่รับ

“ว้าว หมอฮอร์ตั้น ท่านว่าแหวนวงนี้สวยมั้ย?” โซซา ถาม

“ดูนี่สิ”

“โอ๊ย ๆ ข้าไม่เคยเห็นท่านใส่แหวนนี่นา” มียอง กล่าว

“นี่เป็นแหวนแต่งงาน มีคนขอฉันแต่งงานน่ะ” หมอฮอร์ตั้น กล่าว

“พวกฝรั่งเค้าไม่เขียนหนังสือสู่ขอ แต่ใช้แหวนขอแต่งงานเหรอ ?” โซซา ถาม

“ใช่ ที่ตะวันตก ถ้าผู้ชายให้แหวนกับผู้หญิง ก็มีความหมายว่าขอแต่งงาน แล้วเวลาขอแต่งงานจึงควรคุกเข่าบอกกับผู้หญิงว่า ผมรักคุณแต่งงานกับผมนะ”

“ผู้ชายต้องคุกเข่าให้กับผู้หญิงด้วยจริงเหรอ?” นังนัง ถาม

“ว้าว วิเศษที่สุดเลย ถ้าข้าเกิดในประเทศตะวันตกคงจะดี พวกเจ้าก็ดูออกใช่มั้ย ฮิ ๆ ว่าหน้าตาข้าดูเหมือนพวกฝรั่งเหมือนกัน ไม่ใช่แค่หุ่นเหมือนนะ โฮะ ๆ” โซซา กล่าว

“เฮ้อ เกิดเป็นผู้หญิงฝรั่งก็ดี” มียอง กล่าว

“โธ่ ถ้าต้องทำขนาดนั้นจะทนได้ยังไงกัน มันเสียศักดิ์ศรีเกินไปโอ๊ย โลกมันกลับตาลปัตรแล้ว”

 

“แต่จะว่าไปนะ ถ้าต้องการจะตบแต่งไปอยู่ด้วยทั้งชีวิต ทำแค่นี้ไม่เห็นจะมากไปเลยนี่ ผู้ชายตะวันตกนี่ ทั้งหล่อทั้งเป็นสุภาพบุรุษเลย” ชุนฮวา กล่าว

“เฮ้อ จะหล่อมากแค่ไหนก็เพียงแค่นั้นสิ่งที่ข้าต้องการ ก็คือให้มีผู้ชายมาคุกเข่ามอบแหวนแต่งงานให้กับข้าแล้ว พูดขอข้าแต่งงานบ้าง” มียอง กล่าว

 

เจอุ๊กเห็นโดยังถือแหวนก็สอบถาม โดยังบอกว่าเป็นแหวนของแม่ตน เป็นของมีค่าที่สุด ภายหลังที่แต่งงานกันแล้ว ตนจะสวมมันให้กับซ๊อกรัน

ฮวางจอง เห็นทหารต้าชิงมาจุดพลุเสียงดัง ก็นึกถึงช่วงที่ได้พบกับซ๊อกรันนัดแรก จึงตัดสินใจไปหาทางในตอนดึก

 

“ดึกป่านนี้แล้ว ท่านมีธุระอะไรเหรอ?”ซ๊อกรัน ถาม

“ผ่านีเรื่องต้องการจะคุยด้วย เลยมาหา วันนี้ข้าได้รับจดหมาย ที่แพทย์..หมออัลเลนส่งมาให้ข้า ละ แล้ว แล้ว และก็ วันนี้ ข้า…ข้ายัง ได้ตรวจคนไข้ ที่ยังไม่ครบจนหมด”

“ก็ดีแล้วนี่นา”

“คุ..คุณ..คุณหนู ขอ..ขอ ขอ ขอ แต่งงาน แฮ่ก ๆ ๆ รับคำขอแต่งงานจากข้าด้วย” ฮวางจอง กล่าว

 

 

 

 

 

 

ใต้เท้ามินยองอิก มาขอคูฮอน และโอ พิจารณาบัญชียาของเจจุงวอน เมื่อเจอุ๊ก รู้ก็ไปบอกโดยัง

“นี่เวลามาหลับเรอะ บัญชีกับออกของจำนวนยาในโกดังไม่ได้ตรงกันสักนิด แล้วยาพวกนั้นมันหายไปไหนกันแน่ มันระเหยขึ้นฟ้า หรือจมลงดินไปหมดรึไง?”

 

“เอ่อ ๆ แฮ่ม เรื่องพวกนั้น สรุปว่าข้าไม่ได้ทำอะไรผิด” คูฮอน กล่าว

“ท่าทางจะยังละเมออยู่มั้ง แฮ่ม นี่ท่านคงไม่ต้องการจะให้เรื่องจบลงที่ข้าใช่รึเปล่า?” ยองอิก กล่าว

“รับหมดแล้วครับ พอพวกข้าบอกว่าจะลดโทษให้ ผู้จัดการโอก็ยอมรับหมด”

“อ้อ ดีมาก เค้ารับสารภาพทุกอย่างหมดแล้ว ท่านก็รับผิดชอบด้วยตัวท่านเองแล้วกัน”

“เอ๋ รับ รับรับรับสารภาพอะไร ท่าน ท่านซึ่งก็คือเรื่องอะไรน่ะ?” คูฮอน ถาม

“เฝ้าที่นี่ไว้ให้ดี ไปได้” ยองอิก สั่งทหาร

“เฮ้..ใต้ ใต้เท้า คือว่ายาพวกนั้น ข้าไม่ได้เอาไปใช้คนเดียวนะ” คูฮอน กล่าว

ยองอิก สั่งทหารให้จับโอมัดแล้วนำตัวไป

“หุบปาก ผู้จัดการเบ๊กยอมรับมาหมดแล้ว พวกเจ้าขายยาแล้วเอาเงินไปใช้ด้วยกัน”

“เอาเงินไปใช้ด้วยกัน? ข้าไม่รู้ว่าเงินพวกนั้นได้มาจากการขายยา” โอ กล่าว

“ถูกต้อง เค้าคิดไว้แล้วว่าเจ้าควรต้องพูดแบบงี้ เค้าถึงบอกว่า พวกเจ้ากล่าวหาฮวางจองเรื่องห้องลองระเบิด”

“เค้าพูดเหรอ เค้าว่าข้าเป็นคนป้ายความผิดเหรอ หน็อยไอ้เจ้านี่ ถ้างั้น เค้าได้บอกรึเปล่าว่า การสอบเข้าเจจุงวอนปีก่อน ผู้จัดการเบ๊กเป็นคนขโมยใบคำตอบของฮวางจองมาเผา จนทำให้เค้าสอบไม่ได้”

“เหอะ อะไรนะ?” ยองอิก ถาม

“ใต้เท้า เป็นความผิดของข้าเอง ได้โปรดลงโทษข้าแทนด้วย” โดยัง เผ่านา

แม่ของซ๊อกรัน เร่งเร้าให้ยูรีบเขียนหนังสือตอบรับการขอแต่งงานขอโดยัง ยูจึงสอบถามบุตรสาวว่าตัดสินใจหรือยัง

 

“เรื่องแรก ข้าไม่ต้องการจะแต่งงานกับคุณชายเบ๊กค่ะ”

“หะ อะไรนะ นี่เจ้า…” แม่ซ๊อกรัน ถาม

“พูดต่อสิ” ยู บอกบุตรสาว

“เพราะว่า ผ่านีคนที่ข้ารักอยู่แล้ว ข้าจึงอยากที่จะคบหากับคนที่ข้ารักมากกว่าค่ะ”

“คบหา? คบหาอะไร เพื่อให้นกันก็ไม่ใช่ ชายหญิงไม่ควรใกล้ชิดคบหาอะไร? นี่ แล้วคนที่เจ้าชอบเป็นใครล่ะ? ตระกูลเค้าใหญ่โตเท่าคุณชายรึเปล่า เค้าหล่อกว่าคุณชายมั้ย เค้ามีอะไรเทียบ ได้บ้าง หรือว่า คนที่เจ้าชอบคือบัณฑิตฮวาง” แม่ซ๊อกรัน ถาม

“โธ่เอ้ย เจ้านี่ก็นะ เฮ้อ..” ยู ตำหนิเมีย

“เค้าต้องการเวลาอีกสักพักถึงจะมาพบพวกท่าน เพื่อให้มากราบอย่างเป็นทางการ”

“ต้องการเวลารึ?”

“ค่ะ ดังนั้นข้าเลยต้องการเวลาที่จะคบกับเค้าก่อน จะได้ใช้เวลานี้ศึกษากันและกัน”

“ซึงยอน เพื่อให้นของลูกน่ะ นางหย่ากับสามีแล้ว เจ้ารู้เรื่องนี้รึเปล่า?” ยู ถาม

“ซึงยอนน่ะเหรอคะ”

“ไม่อยากเชื่อเลย ตอนนั้น แม่ของนางโม้ซะน่าดูที่บุตรสาวได้แต่งงานกับตระกูลสูง โถ”

“ดังนั้น ข้าจะไม่ปฏิเสธเรื่องที่ซ๊อกรันบอกว่า ต้องการจะคบหากับคนนั้นก่อน”

“ท่านพี่ ซ๊อกรันของเราเหมือนซึงยอนซะที่ไหนกันล่ะ?” แม่ซ๊อกรัน กล่าว

“รู้มั้ยว่า ตอนนี้ที่ต้าชิงน่ะ ก่อนผู้หญิงผู้ชาย จะแต่งงานกัน ก็ต้องคบกันก่อนทั้งนั้นแหละ ใช้จดหมายแสดงความรู้สึก หรือความนึกถึงกัน เพื่อให้..ให้มีความรักและความผูกพันที่จะแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้นน่ะ”

“ค่ะ”

“แต่ถึงพ่อจะยอมให้พวกเจ้าคบหากัน แต่คนในสังคมคงไม่ได้คิดแบบงี้ เกรงว่าในสังคมโชซอนคงยากที่จะยอมรับมันได้ ดังนั้น เจ้าต้องระวัง พฤติกรรมของตนให้มากเข้าไว้ ในช่วงที่คบหาจะไปไหน ก็ต้องบอกคนที่บ้านก่อน เข้าใจมั้ย?”

“เข้าใจค่ะท่านพ่อ”

ฮวางจอง กลับมาด้วยอาการดีใจบอกให้ชักแทช่วยหยิกตัวเอง

“มีอะไร หรือว่าคิดจะหนีไปกับคุณหนูซ๊อกรันจริง ๆ ข้าได้ยินว่าเจ้าได้รับจดหมายจากหมออัลเลน เจ้าคงไม่คิดจะหนีไปอเมริกาหรอกนะ ถ้าเจ้าทำอย่างนั้น ข้าเอาเจ้าตายแน่”

“ไม่ใช่อย่างที่เจ้าคิดหรอก”

“อย่าพึ่งจะเริงร่าไปหน่อยเลย บรรยากาศที่นี่กำลังตึงเครียด”

“ทำไม มีอะไรเหรอ?”

“เมื่อกี้ไง พวกมือปราบจับผู้จัดการสองคนออกไปแล้ว” ชักแท กล่าว

“ทำไมล่ะ”

“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน ยามเฝ้าประตูกระจอกจะไปรู้อะไร หึ อ้อ ภายหลังที่เจ้าได้รูปถ่ายนั่นมา แล้วไม่ได้รับอะไรอีกเหรอ เฮ้อ ข้านี่ก็ขี้หลงขี้ลืมจริง ๆ บอกจะไปเยี่ยมท่านลุงลืมได้ไงนะ”

“นักศึกษาฮวาง เอ่อ ใต้เท้ามินให้มาเรียกท่านไปพบแน่ะ” มองชง เผ่านาตาม

ฮวางจอง รีบมาหาใต้เท้ามิน เมื่อมาถึงเขาเล่าเรื่องที่สืบมาให้ฟัง

“ในเวลานั้น เบ๊กโดยังแนะนำมา ข้าจึงตั้งเค้าเป็นผู้จัดการ และในเรื่องนี้ ข้ากับเบ๊กโดยัง ก็กำลังสำนึกในความผิดอยู่ พวกเค้าได้ทำเรื่องที่เลวร้ายที่สุด เพื่อให้จะช่วยเหลือเบ๊กโดยัง แต่หลังจากตรวจดูแล้ว พบว่าเบ๊กโดยังไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องทั้งหมด นอกจากนี้ ข้ายังได้รู้อีกว่า ตอนที่มีการสอบเข้าเจจุงวอนผู้จัดการเบ๊กได้ทำการสับเปลี่ยนกระดาษคำตอบของ ฮวางจองไป พวกเค้าทำผิดต่อหน้าที่ผู้จัดการมาก”

“สับเปลี่ยนกระดาษคำตอบเหรอ?”

“ใช่ ในตอนนั้นเจ้าถึงได้สอบไม่ผ่านไง”

“ถ้าเป็นอย่างนั้น ผมจะปลดพวกเค้าออก” หมอเฮรอน กล่าว

“แต่ จะปลดพวกเค้าอาจจะยากหน่อย” ยองอิก กล่าว

“แต่อย่างงี้มันไม่ยุติธรรมนะ ตราบใดที่เจจุงวอนยังมีผมอยู่ก็ต้องทำตามกฎสิ”

“ไม่ว่ายังไง ผู้จัดการก็ยังกินเงินเดือนของแผ่นดิน เพราะฉะนั้น เรื่องการไล่ออก ให้ข้าเป็นคนจัดการเอง”

“เช่นนั้น ก็จัดการไล่พวกเค้าซะ”

“ท่าน ผอ. ถ้าพวกเค้าสำนึกผิดแล้วจริง ๆก็ให้อภัยพวกเค้าสักครั้งเถอะ ข้าคิดว่าเค้าจะปรับปรุงตัวใหม่ ได้โปรดให้อภัยเค้าเถอะ” ฮวางจองกล่าว

ยู นัดเจอโดยัง ที่ร้านน้ำชา เมื่อเขามาถึงก็บอกว่าไม่สามารถตอบรับคำสู่ขอการแต่งงานได้

 

“ท่านจะช่วย..บอกเหตุผลกับข้าได้มั้ย” โดยัง ถาม

“ท่านให้เกียรติส่งหนังสือสู่ขอมา ข้ารู้สึกขอบคุณอย่างมาก แต่เรื่องนี้แม้พวกข้าจะรู้สึกเป็นเกียรติมาก แต่ก็เป็นความหนักใจเช่นกัน ทำให้เรา..ไม่ได้ตอบรับในทันที ภายหลังที่ข้าได้ลองคิดทบทวนอยู่หลายครั้ง พวกข้ารู้ว่าทำแบบงี้ไม่เป็นธรรมสำหรับท่าน แต่ก็หวังว่าคุณชายจะเข้าใจที่ข้าจำต้องตัดสินใจอย่างนี้ คุณชายโดยัง คงจะหาตระกูลที่เหมาะสมกว่าตระกูลของข้าได้อย่างมาก”

“แล้วซ๊อกรันล่ะ ตัวของซ๊อกรันคิดยังไง?”

“ซ๊อกรันก็ทำตามความเห็นข้า ข้าเป็นคนตัดสินใจ”

“ข้าส่งหนังสือไปกะทันหัน คงทำให้คุณสะดุ้งไม่น้อย ข้าต้องขอโทษท่านด้วย”

“โอ้ ไม่ใช่อย่างนั้น คนที่ควรขอโทษต้องเป็นข้าต่างหาก”

โดยัง ได้เจอฮวางจอง ก็สอบถามว่าสอบคราวนี้เตรียมตัวไปถึงไหนแล้ว เพราะคนที่ได้ที่หนึ่งจะได้เป็นผู้ช่วยในการผ่าตัด แถมยังมีโอกาสที่จะได้ตรวจคนไข้ของตนอีกด้วย ฮวางจอง บอกว่าตนเองก็อยากได้ที่หนึ่งแต่คิดว่าไม่ง่าย

 

“ข้า.. ก็ต้องการจะได้ที่หนึ่งเหมือนกัน คนที่สอบได้ที่หนึ่งจะเป็นแพทย์แผนตะวันตกคนแรก ข้ายอมทิ้งการไปเรียนต่ออเมริกาเพื่อให้สิ่งนี้ นี่เป็นหนึ่งในเหตุผล ที่ข้ายอมเรียนที่เจจุงวอน”

“แล้วเหตุผลอีกข้อของท่านคืออะไรล่ะ?” ฮวางจอง ถาม

“เป็นเพราะว่า ซ๊อกรันไงล่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นข้ายิ่งควร.. จำเป็นต้องทำมันให้ได้”

เมื่อถึงวันสอบ หมอเฮรอน กลับหมอฮอร์ตั้น สั่งให้ทุกคนเปลี่ยนที่นั่งตามที่กำหนด หลังการสอบเมื่อมีการประกาศผลฮวางจองสอบได้ที่หนึ่ง โกได้ที่สอง ส่วนพอนได้ที่สาม ด้านโดยังสอบได้ที่สี่ ส่วนเจอุ๊ก ถูกจับได้ว่านำโพยเข้าไปจึงถูกให้สอบซ่อม ด้านซ๊อกรัน มายินดีกับฮวางจอง

 

 

“ฮ่า ๆ ๆ ๆ แหม เพราะโชคดีที่ได้ดินสอของคุณหนู เลยทำให้ข้าทำข้อสอบได้ดี ตอนสอบอย่างกับคำตอบมันไหลออก ออก ๆ ๆ มา ไหลออกมาเองเลยเลยจริงนะ ฮะ ๆ ๆ อูย ข้าไม่คิดไม่ฝันเลยจริงๆ ข้าทำความรู้การแพทย์ทั่วไปกับสอบผ่าตัดไม่ดี”

“แต่สอบวินิจฉัยโรคท่านได้เอบวก ข้าว่าเด็กนักเรียนคนอื่น คงเสียคะแนนไปกับอันนี้ไม่น้อยแน่”

“แหม ๆ ๆ ไม่ใช่หรอก ข้ายังคิดอยู่เลยว่าข้าใช้เวลาตรวจนานเกิน”

“คนที่วินิจฉัยโรคถูกอาจจะมีท่านคนเดียว ก็ได้ใครจะรู้ล่ะ งั้นจากนี้ไปท่านก็สามารถจะไปตรวจคนไข้เองได้แล้ว แถมยังได้เป็นผู้ช่วยในการผ่าตัดตาด้วย”

“ใช่” ฮวางจอง กล่าว

“ข้าเตรียมของมาฉลองให้คุณด้วย”

“นี่อะไรครับ?”

“ท่านก็ลองเดาดูสิ”

“ว้าว นี่ขนมต๊อกนี่ แถมยังใส่ดอกชินดัลแลด้วย”

“ขนมต๊อกชินดัลแล คราวก่อนตอนได้กินดอกชินดัลแลด้วยกันน่ะข้าก็คิดไว้แล้วว่า จะลองทำให้คุณได้ลองกินดู”

“ของดี ๆ แบบงี้ ข้าจะกล้ากินได้ยังไง”

“แม้กระนั้นข้าไม่ได้ใส่ไส้อะไรเลยนะ ทำแบบง่าย แค่ทอดน้ำมันนิดหน่อยเท่านั้นเอง”

“เอ่อ ๆ ข้ากินเองก็ได้ อืม อร่อยที่สุดเลยครับ”

“อร่อยจริง ๆ เหรอ อร่อยจังเลย ฮิ ๆ”

“ข้าบอกแล้วไงว่าอร่อย หึ ๆ”

โดยังผิดหวังกับผลการสอบอย่างมาก เจอุ๊กจึงกล่าว

 

“เฮ้อ ก็ให้มันแล้วไปเถอะน่า ถึงไม่ได้เป็นหมอมันก็ไม่ตายหรอก หนอย..เจ้าฮวางจองมันแก้แค้นเรา ชัด ๆ เราเคยไปสับเปลี่ยนข้อสอบ พวกนั้นเลยขึ้นบัญชีเรา เก่งอย่างเจ้ายังได้ที่สี่เป็นได้ยังไง เจ้าพวกเลวพวกนั้นมันให้ข้าสอบตก นังหมอฮอร์ตั้น..ต้องไปฟ้องหมอเฮรอนแน่ๆเลย ไม่งั้นไม่มีทางที่ข้าจะสอบตกหรอก โอ้ย.. เฮ้อ มาถึงตอนนี้ แล้วเจ้าจะทำยังไงต่อ ที่หนึ่งก็ถูกมันแย่งไป ผู้หญิงยังมาถูกแย่งอีก”

“หุบปาก” โดยัง ตวาด

“อึ้ย อะไรเนี่ย.. อะไร..”

ที่เจจุงวอน จะมีการเปิดให้ชมการผ่าตัดต้อกระจกตานัดแรกของโชซอน โกถามฮวางจอง ว่าเห็นโดยังบ้างมั้ย

“ตอนนี้ข้าก็ไม่เห็นเค้าแม้แต่เงา คงเพราะเดี๋ยวนี้ไม่มีเรียน ข้าได้ยินคนเล่าว่าเค้าไปดื่มเหล้าที่หอนางโลมทุกวัน”

“ตอนผ่าตัดเค้าคงมาดูมั้ง” ฮวางจอง กล่าว

“นี่เป็นโอกาสดีที่เค้าได้เรียนรู้วิธีผ่าตัด เค้าไม่มีทางพลาดหรอกค่ะ” ซ๊อกรัน กล่าว

“คือ..ห้องผ่าตัดทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วค่ะ” นังนัง กล่าว

“ท่านผอ.ให้ผ่านาเรียกพวกท่านออกไปรับแขก” มองชง กล่าว

วาตานาเบ้ จะเดินทางไปเจจุงวอน ซูซูกิ ถามว่าวันนี้จะเปิดโปงคนฆ่าสัตว์นั่นรึเปล่า

“เอ่อ ยังไม่ได้ แฮ่ม เรื่องสำคัญวันนี้คือต้องดูการผ่าตัดต้อกระจก ผมจะไปหัดให้เป็น จะได้นำมาใช้รักษาในโรงพยาบาลเรา”

“อ้อ รอให้เสร็จการผ่าตัดก่อนใช่มั้ย?”

“ถูกต้องแล้วครับ ก่อนอื่นใดเรา ต้องไปขโมยเรียนสิ่งที่จำเป็นก่อน แล้วค่อยฉีกหน้ากากเจ้าฮวางจอง แล้วที่เหลือก็เป็นหน้าที่คุณแล้ว”

“เดาได้ไม่ยากหรอกค่ะ”

“สถานทูตญี่ปุ่นจ่าย”

“หลีกไป”

แทกิล ยอดพยัคฆ์นักล่า ตอนที่ 5.1

เฮวอนวิ่งต่อไปไม่ไหวจึงบอกให้แทฮาล่วงหน้าไปก่อน แทฮาไม่ยอมทิ้งเฮวอนจึงแวะพัก แล้วถามความเป็นมาซึ่งกันและกัน เฮวอนสงสัยว่าแท้จริงแล้วแทฮาเป็นใครจึงพยายามซักถาม แต่แทฮาพูดตัดบทให้รีบออกเดินทางต่อ เพราะกลุ่มแทกิลคงจะตามทันในไม่ช้า เฮวอนยังคงถามต่อว่ากลุ่มคนที่อยู่ริมแม่น้ำ (กลุ่มแทกิล) เป็นใคร และมาตามล่าใครกันแน่ แทฮาตอบว่า มาตามจับเฮวอน ส่วนที่เขาต้องเร่งเดินทางเป็นเพราะต้องรีบไปหาใครบางคน (แม้แทฮาไม่ยอมบอกว่าตนเองเป็นใคร แต่เขาก็บอกเป็นนัยๆ ว่าตัวเองเป็นคนดี – ไม่ได้หนีทหารและไม่ได้ทำอะไรผิดจนต้องหลบหนี)

ด้านชอลวุงยังคงถูกขังอยู่ในคุก เพราะไม่ยอมทำตามคำสั่งพ่อตาที่ต้องการให้เขาไปตามฆ่าอดีตเสนาบดี (อาจารย์ของแทฮา) และพระโอรสองค์เล็กของรัชผู้สืบสกุลด้วยตัวเอง ชอลวุงนึกถึงวันที่เสนาบดีเสนอตำแหน่งผู้บัญชาการค่ายฝึกทหารให้ โดยมีเงื่อนไขว่าชอลวุงจึงควรแต่งงานกับบุตรสาวที่เป็นง่อยของเขาเพื่อให้เป็นการชดเชย

ขณะเดียวกัน กลุ่มนักล่าและผู้ถูกล่าต่างหยุดพักทานอาหารมื้อค่ำและพักแรมกลางทุ่งหญ้าบนเนินเขา

แทฮาเตรียมหาที่พักแรม แต่เฮวอนกลัวว่ากลุ่มนักล่าจะตามมาทัน แทฮาจึงบอกว่าถึงจะอึดยังไงแต่พวกนักล่าก็ต้องให้ม้าพักเหมือนกัน ซึ่งก็เป็นดังที่แทฮาคาด เพราะหลังจากเดินทางตรงเวลายาวนาน ซอลฮวาก็ร้องโอดโอยว่าหิว เชจึงแนะนำให้หยุดพักเพราะม้าก็เหนื่อยล้าแล้วเหมือนกัน แม้จะบ่นว่าพวกโจรภูเขาอาจตามมาทัน แต่แทกิลก็สั่งให้วังซอนไปทำอาหาร

ถึงแม้จะมีผู้หญิงติดตามมาด้วย แต่น้องเล็กวังซอนยังคงรับหน้าที่ในการทำอาหารให้ทุกคนทานเหมือนเช่นเคย เมื่อรู้ว่าซอลฮวาทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง วังซอนรู้สึกผิดหวังและหงุดหงิดมาก จึงโวยวายใส่ซอนฮวา พอถูกวังซอนตำหนิมากๆ เข้า ซอนฮวาก็ออดอ้อนพลางลูบแข้งลูบขาจนวังซอนใจอ่อนและก้มหน้าก้มตาทำกับข้าวต่อไป

ซอลฮวาถามวังซอนว่าผู้หญิงที่แทกิลตามหาเป็นใคร วังซอนตอบว่า เป็นทาสหลบหนีที่แทกิลตามหามาตลอด 10 ปี ซอลฮวาหันไปมองแทกิลด้วยความทึ่ง คุณกล่าวว่า ในโลกนี้จะหาผู้ชายแบบแทกิลได้ที่ไหน ที่ผ่านมาเจอแต่ผู้ชายรักสนุก พอใช้ได้ยินคำว่า ‘รักสนุก’ วังซอนก็เริ่มออกอาการ โดยหันไปถามซอลฮวาว่าผ่านวันนั้นของเดือนไปแล้วหรือยัง ทั้งยังชวนว่า “คืนนี้เป็นไง”

ซอลฮวาเดินไปฟ้อง (โกหก) แทกิลว่าถูกวังซอนจับก้น ขณะที่วังซอนโวยวายว่าไม่ได้ทำ ซอลฮวาขอความเห็นอกเห็นใจว่าถึงแม้จะมาจากคณะละครเร่ (ที่เต้นและขายเรือนร่างแลกเงิน) แต่คุณก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่ง สมควรแล้วหรือที่จะโดนลวนลามอย่างงี้ แทกิลเรียกวังซอนมาตักเตือน พร้อมกับบอกว่าเป็นสมภารอย่ากินไก่วัดถ้าไม่อยากเดือดร้อน จากนั้นก็หันไปดุและไล่ซอลฮวาให้หัดช่วยวังซอนทำกับข้าว

บัลลังก์เลือดแห่งวังหลวง (Secret Door)

“บัลลังก์เลือดแห่งวังหลวง (Secret Door) เป็นละครอิงประวัติศาสตร์ที่กล่าวถึงเรื่องราวความขัดแย้งระหว่าง “พระเจ้ายองโจ” กับ “องค์ชายรัชผู้สืบสกุล” จนนำมาซึ่งโศกนาฏกรรมในวังหลวง โดยละครได้นำชีวิตในช่วง 8 ปีสุดท้ายก่อนที่องค์ชายรัชผู้สืบสกุลจะถูกพระบิดาสำเร็จโทษจนสิ้นพระชนม์อย่างน่าอนาถมาตีความใหม่ พระเจ้ายองโจในที่นี้จึงเป็นพระราชาที่ทำทุกอย่างเพื่อให้ปกป้องพระราชอำนาจและสร้างความมั่นคงให้กับบัลลังก์ของตน ขณะที่องค์ชายรัชผู้สืบสกุลฝันอยากให้ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกันและปราศจากชนชั้นในสังคม

* “องค์ชายรัชผู้สืบสกุล” ในที่นี้คือ “องค์ชายชางฮอน” หรือ “องค์ชายรัชผู้สืบสกุลซาโด” (ในละครเรียก “ลีซอน”) พระโอรสองค์ที่สองของพระเจ้ายองโจ และยังเป็นพระบิดาของ “องค์ชายลีซาน” (พระเจ้าจองโจ) อีกด้วย

เกร็ดความรู้ทางประวัติศาสตร์

 

“พระเจ้ายองโจ” (พระนามเดิมก่อนขึ้นครองราชย์คือ “องค์ชายยอนอิง”) เป็นพระราชาองค์ที่ 21 แห่งราชวงศ์โชซอน ทรงปกครองโดยยึดมั่นในหลักจริยศาสตร์ขงจื๊อ เป็นหนึ่งในพระราชาที่ได้รับการยกย่องมากที่สุดแห่งราชวงศ์โชซอน และยังทรงเป็นพระราชาที่ครองราชย์ยาวนานที่สุดของราชวงศ์โชซอน (52 ปี) อีกด้วย

พระองค์เป็นพระโอรสองค์ที่สองของ “พระเจ้าซุกจง” ส่วนพระมารดาคือ “พระสนมซุกบิน แห่งตระกูลชเว” (หรือที่เรารู้จักในนาม “ทงอี”) หลัง “พระเจ้าคยองจง” ซึ่งเป็นพระเชษฐาต่างพระมารดา (พระโอรสของ “พระสนมฮีบิน” หรือที่เรารู้จักในนาม “จางอ๊กจอง”) ทรงขึ้นครองราชย์ภายใต้การส่งเสริมของขุนนางกลุ่มโซรนไม่กี่เดือน ขุนนางกลุ่มโนรน (กลุ่มอนุรักษ์นิยม) ก็ผลักดันให้พระองค์ได้ขึ้นเป็นพระอนุชารัชผู้สืบสกุล (เหตุเพราะพระเจ้าคยองจงไม่มีพระโอรส ซ้ำยังทรงพระประชวร) ทั้งยังพยายามให้พระองค์เป็นผู้สำเร็จราชการแทน และนั่นก็นำมาซึ่งความขัดแย้งอย่างร้ายแรงระหว่างขุนนางทั้งสองกลุ่ม ขุนนางกลุ่มโซรนกล่าวหาพระองค์และเหล่าขุนนางกลุ่มโนรนว่าเป็นกบฏหมายโค่นล้มราชบัลลังก์ จึงทำการกวาดล้างขุนนางกลุ่มโนรน แต่สุดท้ายพระเจ้าคยองจงก็เสด็จสวรรคตในอีก 4 ปีต่อมา

หลังขึ้นครองราชย์ต่อจากพระเชษฐา พระเจ้ายองโจยังคงถูกขุนนางกลุ่มโซรนกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการลอบปลงพระชนม์อดีตพระราชา (ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับในหมู่นักประวัติศาสตร์ว่าพระเจ้าคยองจงเสด็จสวรรคตเพราะเสวยอาหารสมุทรที่ไม่สดและปนเปื้อนเชื้อโรค) แม้พระองค์จะพยายามสร้างความสมานฉันท์และห้ามไม่ให้มีการแบ่งฝักแบ่งข้าง แต่ขุนนางกลุ่มโซรนก็ถูกขุนนางกลุ่มโนรนกวาดล้างจนหมดสิ้นอยู่ดี

หลัง “องค์ชายคยองอี” (องค์ชายรัชผู้สืบสกุลฮโยจาง) พระโอรสองค์โตของพระเจ้ายองโจสิ้นพระชนม์ ราชวงศ์โชซอนก็ไร้ผู้สืบทอดเพราะว่าพระเจ้ายองโจทรงมีแต่พระธิดา เมื่อ “องค์ชายชางฮอน” ประสูติในอีก 7 ปีต่อมา พระเจ้ายองโจซึ่งขณะนั้นทรงมีพระชนมายุ 41 พรรษา จึงทรงแต่งตั้งองค์ชายน้อยเป็นองค์รัชผู้สืบสกุลและเลี้ยงดูฟูมฟักอย่างเข้มงวดหมายให้พระองค์เป็นพระราชาที่ดี องค์ชายรัชผู้สืบสกุลทรงอภิเษกกับคุณหนูฮเยคยองจากตระกูลฮง หลังจากนั้นก็มีโอรสด้วยกันสองพระองค์ (หนึ่งในนั้นคือ “องค์ชายลีซาน” หรือพระเจ้าจองโจ) และยังมีพระธิดาอีก 2 พระองค์

ขณะที่องค์ชายรัชผู้สืบสกุลทรงมีพระชนมายุ 27 พรรษา พระเจ้ายองโจทรงปลดพระองค์และพระชายาฮเยคยองออกจากตำแหน่ง ทั้งยังสั่งให้องค์ชายรัชผู้สืบสกุลคลานเข้าไปอยู่ในกล่องไม้ใส่ข้าวขนาดสี่ฟุตซึ่งตั้งอยู่กลางแจ้งในฤดูร้อน (เดือนกรกฎาคม) จากนั้นก็ปิดตายและขังพระองค์เอาไว้ในนั้นโดยไม่ให้ข้าวให้น้ำ หลังผ่านไปนาน 7 วัน องค์ชายก็สิ้นพระชนม์อย่างน่าอนาถ

กล่าวกันว่าสาเหตุที่องค์ชายรัชผู้สืบสกุลถูกพระบิดาสำเร็จโทษ เป็นเพราะพระองค์ทรงมีอาการผิดปกติทางจิตจึงเที่ยวออกเข่นฆ่าและข่มขืนผู้คนในวัง เหล่าขุนนางจึงพากันถวายฎีกาให้พระเจ้ายองโจลงพระอาญาองค์ชายรัชผู้สืบสกุล แม้แต่พระมารดาขององค์ชายรัชผู้สืบสกุล (พระสนมยองบิน ตระกูลอี) ก็ยังเอือมระอาและทูลขอให้พระเจ้ายองโจทรงลงอาญาพระโอรสของตนเช่นกัน หลังสำเร็จโทษพระโอรสแล้ว พระเจ้ายองโจได้ทรงแต่งตั้งองค์ชายผู้วายชนม์ให้เป็นองค์ชายรัชผู้สืบสกุลใหม่อีกที โดยพระราชทานนามว่า “องค์ชายรัชผู้สืบสกุลซาโด”

 

 

ต่อมาภายหลังได้เกิดข่าวลือว่าความจริงแล้วองค์ชายรัชผู้สืบสกุลไม่ได้มีอาการผิดปกติทางจิต แต่ทรงถูกให้ร้ายและกลายเป็นเหยื่อทางการเมือง (ถูกขุนนางกลุ่มโนรนกล่าวร้าย) แม้ข่าวลือดังที่กล่าวถึงแล้วจะขัดกับข้อความในหนังสือ “บันทึกความทรงจำของพระนางฮเยคยอง” (เขียนโดยพระชายาขององค์ชายรัชผู้สืบสกุล ซึ่งภายหลังได้ถูกแปลเป็นภาษาอังกฤษ) ที่กล่าวถึงเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตของพระนาง รวมทั้งเหตุการณ์ตอนที่องค์ชายรัชผู้สืบสกุลทรงมีอาการผิดปกติทางจิต และตอนที่พระองค์ถูกพระบิดาสำเร็จโทษ ถึงกระนั้นสาเหตุที่องค์ชายรัชผู้สืบสกุลถูกพระบิดาลงอาญาจนสิ้นพระชนม์ยังคงเป็นที่ถกเถียงและแลดูมีเงื่อนงำตราบจนทุกวันนี้

นาค Nak (2009)

“นาค” คือ ภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่องแรกของ beboydcg ครับ จริงๆ คิดจะหยิบเรื่องนี้มาเขียนถึงอยู่หลายหนแล้ว แต่ก็ไม่มีโอกาสสักที จนได้มาดูในโรงนี่แหละ ถึงได้มีโอกาสเขียนถึง ผมมีโอกาสจะได้ดูแอนิเมชั่นเรื่องนี้ถึง 3 หนด้วยกัน แต่ก็มาได้ดูเอาหนสุดท้าย หนแรก เพื่อให้นๆ ที่ทำหนังเรื่องนี้มันชวนไปดู แต่ก็ติดว่า มีอีกรอบหนึ่ง ที่ได้ดูเพราะเป็น “แฟนพันธุ์แท้” และก็คุยกันไว้แล้วว่าจะไปดูกับแฟน ปรากฏว่า วันจริง ไปถึงโรงดันไฟดับ ต้องไปนั่งกินแมคกันมืดๆ อบๆ รอเวลา จนรอไม่ไหว จึงคิดว่า กลับดียิ่งกว่า จ่ายตังค์ดูเอาเองก็แล้วกัน ง่ายดี แล้วนั่นคือ ครั้งที่สามคราวนี้นั่นไง

Nak Animation
แอนิเมชันพันธุ์ไทย นาค
เอาล่ะ “นาค” ภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่องแรกของ beboydcg ซึ่งจะว่า ประวัติศาสตร์ของแอนิเมชั่นเรื่องนี้ ผมเองก็เคยเป็นผู้สังเกตการณ์มันมาอย่างใกล้ชิดด้วย ครั้งหนึ่ง ผมเคยทำงานใน beboydcg ครับ

แต่ไม่ได้ทำการ์ตูนแอนิเมชั่น ผมไปทำด้านเว็บน่ะ ก่อนออกมา ผมยังเห็นตัวเองเป็นผี เตรียมที่จะถูกจับใส่ไปในหนังเลย (แต่จำไม่ได้แล้ว ว่าหน้าตาตัวเองตอนเป็นผีมันเป็นยังไง ไปดูแล้วดันหาตัวเองไม่เจอ ไม่รู้พวกมันเอาเราออกไปหรือเปล่า)

แอนิเมชั่นฉบับภาพยนตร์ เป็นความใฝ่ฝันของ พี่บอย โกสิยพงษ์ ที่วันนี้ เขาได้ทำสำเร็จแล้ว ทำหนังการ์ตูนอย่างที่ใจฝันไว้ แม้ว่ามันจะไม่บริบูรณ์แบบเท่าไหร่นักก็ตาม… มันน่าสนุก (สำหรับทีมงาน) ตรงที่หยิบเอาผีหลากสายพันธุ์มารวมกันไว้ในหนังเรื่องเดียว ทำให้ต้องปั้นโมเดล 3 มิติของตัวละครเป็นสิบๆ ตัว ยังไม่รวมตัวประกอบคน และตัวประกอบผี (ที่ถอดแบบจากทีมงานคนทำ) อีก ถือว่า เยอะเอาการทีเดียว

ตัวละครผี ก็หยิบมาแบ่งเป็นสองฟาก เพื่อให้ให้มีตัวละครข้างธรรมะและอธรรมที่แบ่งกันชัดเจนตามสไตล์หนังสำหรับเด็ก ผียุคเก่าที่มีคุณธรรมประจำใจ คอยช่วยเหลือมนุษย์ กับผียุคใหม่ฝักใฝ่ความเห็นแก่ตัว หลอกไม่เลือกหน้า แล้วก้มีมนุษย์อยู่ตรงกลาง ข้างร้ายมาลักพาเอาเด็กน้อย “ธี” ไปเพื่อให้พิธีกรรมอะไรบางอย่าง ก่อนที่ “นาค” จะขอเปลี่ยนตัวเองเป็น “ฮีโร่ผี” ไปช่วยมนุษย์

Nak Animation | Poster 1
กับสถานที่ ก็ยังมีแบ่งเป็นสองฟาก คือ “บ้านนอก” และ “เมืองกรุง” ผียุคเก่าระหกระเหินไปอยู่บ้านนอก แต่ผียุคใหม่หลอกคนอย่างไร้เหตุผลอยู่ในเมืองกรุง

ตัวละคร ก็ยังแบ่งสีสันให้เห็นได้อย่างชัดเจน ดังนี้ก็น่าจะด้วยเหตุผลว่า ทำให้เด็กดู เด็กจะได้แบ่งแยกได้ง่าย ว่าตัวไหนเป็นตัวไหน นาคเป็นผีสีชมพูอมม่วง อืดก็เป็นผีสีฟ้า เขียวก็สีเขียวไง ส่วนทอง ไม่บอกก็รู้ว่าสีเหลือง คือสีออกจะสดใส ขณะที่ข้างผียุคใหม่ สีจะโทนทึบทึม ไม่ก็สีแรงๆ dark dark ไปเลย

การพากย์ ได้ทีมพากย์ทั้งรุ่นเล็ก รุ่นกลาง รุ่นใหญ่ มาร่วมกันสร้างสรรค์ รุ่นใหญ่นั้นคงไม่มีปัญหา รุ่นกลางก็ทำได้ดี แต่รุ่นเล็กค่อนข้างจะลำบากนิดหน่อย โดยเฉพาะตัว “ธี” ที่เก็ต แฟนฉัน มาพากย์ไว้ ค่อนข้างสะดุดตรงทุกฉากที่ธีร้องไห้ มันไม่กับภาพยังไงไม่รู้นะครับ

ทีนี้มาเอ๋ยถึงการดำเนินเรื่องและพล็อตมั่งดียิ่งกว่า…

ผมอยู่กับทีมงานกลุ่มนี้มาช่วงหนึ่ง จึงพอรู้ว่า พวกเขาชื่นชอบอะนิเมะของ Studio Ghibli มากเพียงใด (จนเป็นเหตุให้ผมรู้จักและชื่นชอบไปด้วย) แค่ต้นเรื่องเปิดขึ้นมาก็ถึงไปถึงวิธีการเปิดเรื่องของ Laputa : Castle in the Sky แล้วล่ะครับ เป็นการ์ตูนสองมิติน่ารักๆ ที่มีลายเส้นแตกต่างออกไปจากเรื่องปกติ บอกเล่าที่มาที่ไปก่อนจะเข้าเรื่อง ส่วนฉากรถไฟที่วิ่งจากสถานี “บ้านนอก” นั่นก็เช่นกัน ดูและนึกไปถึง “Spirited Away” เสียจริงๆ

หลังจากนั้น ก็เริ่มเข้าเรื่องกันละ ซึ่งก็ปูเรื่องกันไม่นานมากนัก พูดได้ว่า ทำได้ดีในช่วงต้น เปิดเรื่องด้วยความข้องเกี่ยวของตัวละครระหว่างคนกับผี เรื่องปมในใจของนาค ก่อนที่จะผีจากเมืองกรุงจะบุกรุกลักพาตัวเด็กชายไป หลังจากนั้น เมื่อเหล่าพันธมิตรผีบุกไปถึงเมืองกรุง ทุกอย่างเริ่มผิดเพี้ยน การเล่าเรื่องและการลำดับเรื่องชักจะแปลกๆ ไอ้ที่ควรจะเร็วกลับช้า ไอ้ที่ควรช้ากลับเร็ว เหมือนคนมือไม่นิ่ง สลับไปกับช่วงที่ดูแล้วสนุกและลุ้น กับช่วงที่ขาดๆ เกินๆ ไปจนจบเรื่อง

พล็อตโดยรวม ผมเชื่อว่า คงได้รับการแก้ไขกันมาหลายช่วง (ได้ข่าว มะเดี่ยวก็โดดเผ่านาร่วมด้วย) ได้มาถึงขนาดนี้ก็ถือว่า ดีพอสมควรแล้วสำหรับเด็ก (แต่ยังดีไม่พอ หากให้ผู้ใหญ่ดู) พล็อตซับซ้อนมากกว่านี้ก็คงไม่เหมาะให้เด็กดู แต่ฉากการต่อสู้ก็ค่อนข้างจริงจังและร้ายแรงอยู่บ้าง ถ้าทำให้มันตลกมากกว่านี้ ก็คงจะลดดีกรีความร้ายแรงลงได้บ้าง และทำให้การดำเนินเรื่องไม่จืดชืดเหมือนอย่างที่เป็นอยู่

Nak Animation | Poster 2
ส่วนเพลงประกอบนั้น ไม่เอ่ยถึงคงไม่ได้ หนังของ บอย โกสิยพงษ์ ทั้งที เพลงประกอบไม่เพราะคงเป็นไปไม่ได้ ถือเป็นข้อดีจุดขายของหนังเลยก็ว่าได้ แต่ละเพลงที่ใส่เผ่านาถือ เป็นเพลงที่ฟังแล้วหลังจากนั้นก็ประทับใจทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเพลงเปิดตัวเหล่าผียุคใหม่ ที่ดูไอเดียแล้ว เหมือนหยิบทัพโคลนมาจาก Star Wars ยังไงยังงั้น ตัวเพลงนั้นสนุกสนาน ทำให้ไม่คิดว่า พวกมันๆ อย่างพวกนี้จะเป็นข้างอธรรมไปได้ อีกเพลงที่เด่นดีและดึงอารมณ์ได้ ก็คือช่วงท้ายที่เป็นไอเดียที่น่าสนใจ เพลงกับภาพดูขัดกัน แต่นำมาเล่าร่วมกันให้ได้อารมณ์ที่ต้องการ ตัวเพลงทำหน้าที่ได้ดี และไม่ค่อยไปด้วยกันกับภาพนัก

“ดูหนังจบแล้ว อย่าเพิ่งจะรีบลุกล่ะ” เพื่อให้นผมมันบอก คนที่รู้แกวมาก่อนอย่างเราจึงยังไม่ลุกไปไหน ในที่สุดก็ต้องมาเจอกับความขี้เล่นของคนทำ เมื่อมันทำอาการ “หลอกให้อยาก แล้วจากไป” ซะงั้น

โดยรวม เป็นภาพยนตร์แอนิเมชั่น ที่ผสมผสานความเป็นแอนิเมชั่นแบบเอเชีย กับ ความเป็นแอนิเมชั่นแบบฮอลลีหวูด เข้าไว้ด้วยกัน หยิบจับมายำใส่ด้วยความขี้เล่น ความสวยงามของงานภาพนั้นอยู่ในระดับที่ดีอยู่แล้ว เพราะถือเป็นระดับต้นๆ ของเมืองไทย การควบคุมการเคลื่อนไหวของตัวละครก็ทำได้ดี (และเนียนกว่าหนังช้างน้อยเสียอีก) คาแรกเตอร์ก็ดูน่ารักน่าเอ็นดูและเป็นการ์ตูนที่มีสัดส่วนที่ดี มีนางเอกผู้มีปมในใจ และก็มีตัวตลกผู้ช่วยนางเอก มากันตามสูตรที่ดูง่ายเอาใจเด็ก

จุดเล็กจุดน้อยของก้าวแรกอันเป็นก้าวใหญ่ๆ ของ beboydcg ก็ต้องถือว่า ทำออกมาได้โอเค มีทั้งข้อดีและจุดด้วยในตัวเดียวกัน คงต้องเอาไปปรับปรุงในเรื่องถัดๆ ไป หลังจากเราได้เสพหนังสือการ์ตูน และแอนิเมชั่นทางทีวีของค่ายนี้กันไปแล้ว จนเชื่อว่า พวกเขาทำแอนิเมชั่นได้ดีเป็นชั้นต้นๆ ของเมืองไทย พวกเขาก็เปิดให้เราได้พิสูจน์แล้วว่า พวกเขาก็สามารถทำภาพยนตร์แอนิเมชั่นได้เช่นกัน ประสบการณ์อาจจะน้อย การเล่าเรื่องยาวชั่วโมงครึ่ง หากมองกันจริงๆ แล้ว มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย

หากคุณอยากลองสัมผัสกับแอนิเมชั่นไทย ที่มีแคแรคเตอร์ที่สวยงามตามสไตล์ของ beboydcg, เพลงประกอบที่น่าฟัง และการเคลื่อนไหวที่ละเอียดพิถีพิถัน ก็ลองมาสัมผัสกันได้
 
ถือว่า ช่วยกันอุดหนุนก้าวแรกของพวกเขา เพื่อให้จะได้มีก้าวต่อไปที่บริบูรณ์ยิ่งกว่าให้เราอุดหนุนกันอีก

ยังไม่ยอมจบ เขียนแต่ละที ยาวๆ ทั้งนั้น จะมีกี่คนที่อ่านทุกตัวอักษรนะ

แอนิเมชั่นเรื่องนี้ เดิมทีถูกกะการณ์ไว้ว่าจะเสร็จในปี 2006 ภาพนี้ ผมเองนำมาจากไหนก็ลืมไปแล้ว พอจะเป็นหลักฐานได้ แต่ไปๆ มาๆ มันก็มาเสร็จและเข้าฉายในปี 2008 จนได้

เห็นมั้ยว่า ช่วงนั้น ทองมันยังเดินสองขาได้อยู่เลย เจ้าผู้ช่วยสามตัวของนาคนี้ ถ้าดูให้ดี จะคิดว่า มันถูกถอดแบบมาจากแคแรคเตอร์ของ “สามช่า” นั่นเอง แต่ไปๆ มาๆ ก็ไม่สามารถใช้ชื่อของพวกเขาทั้งสามได้ เลยมานั่งโหวตชื่อกันว่าจะเอาชื่อไหน เสียดาย เขาไม่ให้ผมไปโหวตด้วย อิอิ ในที่สุด มันก็ออกมาเป็น “อีด-เขียว-ทอง” อย่างที่เห็นในหนัง

อ้อ มีโปสเตอร์ของ “นาค” ในเวอร์ชั่นฝรั่งๆ มาอวดด้วย

Nak Animation
จะมองว่า โลโก้นาค เป็นภาษาอังกฤษเขียนว่า “Nak” ไม่รู้ตอนนี้ยังใช้อย่างนี้อยู่หรือเปล่า แม้กระนั้น โลโก้ภาษาไทยมันถูกเปลี่ยนไปแล้ว ถ้าใครช่างสังเกต “นาค” ในภาพแรกสุดด้านบน มันคืออันเก่า ที่ตอนนี้เปลี่ยนไปให้ดูอ่านง่ายมากกว่าเดิม

Weathering With You

Weathering With You รีวิว ฤดูฝัน ฉันมีคุณ ถ้าให้จำกัดความของเรื่องนี้สั้นๆ ก็คงเป็น “เทพนิยายเล็กๆ ในเมืองใหญ่ เรื่องราวความลับของโลกที่มีเพียงเขากับคุณเท่านั้นที่รู้” นี่เป็นหนังที่เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน ไม่ต้องหักมุม ไม่ต้องมีอะไรอย่างมากในเรื่องราวเล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่ เป็นความเรียบง่ายแต่มหัศจรรย์ เป็นหนังที่มีแนวทางต่างออกไปจาก Your name อย่างสิ้นเชิง ไม่ควรจะนำมาเทียบกันเลย ผู้คนจำนวนมากอาจจะคิดว่า Your name คือที่สุดของผลงานของ “มาโกโตะ ชินไค” แล้วต้องทำหนังที่ยิ่งใหญ่หรือประสบความสำเร็จยิ่งขึ้นไปอีก แต่แท้จริงแล้วผลงานชิ้นนี้เป็นความตั้งมั่นเล่าเรื่องในมุมเล็กๆ ของเมืองใหญ่ รวมทั้งมุมเล็กๆ ในจิตใจคน ที่ท้องฟ้าสามารถเชื่อมโยงกับอารมณ์ของผู้คนได้ แค่เห็นฟ้าใสจิตใจก็เบิกบาน หรือฝนตกตลอดเวลาฟ้าปิดก็พาให้คนหม่นหมอง ซึ่งเป็นเรื่องของธรรมดาสามัญที่เราพบเห็นกันอยู่ทุกวัน แต่ผู้กำกับและเขียนบท “มาโกโตะ ชินไค” ได้แต่งแต้มหยดฝนมหัศจรรย์ลงไปในเรื่องราวธรรมดานี้ จนเปลี่ยนเป็นความอัศจรรย์ของเรื่องราว โดยที่ยังคงความเรียบง่ายของเรื่องราวพื้นฐานไว้เช่นเดิม กับแค่คนสองคน กับแค่ความรักความรู้สึกปกติธรรมดา ไม่ต้องยิ่งใหญ่หรือมีอะไรมาทำให้เป็นอุปสรรคอย่างมากแบบ Your name ดังนั้นไม่ต้องคาดหวังกับเรื่องราวอะไรก็แล้วแต่ในแนวทางของ Your name แม้หนังอาจจะมีบางช่วงที่เหมือนกันก็ตามที อย่างปมเด็กชนบทกับเด็กเมืองกรุง ความรักต่างวัย พหรมลิขิต แต่สิ่งกลุ่มนี้คือส่วนหนึ่งของลายเซ็นต์อันเป็นเอกลักษณ์ของชินไค มากกว่าที่จะเป็นเรื่องลอกสูตรหรือทำซ้ำอะไรก็แล้วแต่ทั้งสิ้น

บทความเสริมเรื่องราวคลิกอ่านต่อได้เลยครับ

Weathering With You รีวิว สปอยล์ วิเคราะห์ตัวละครแบบละเอียด
บทเพลงจากภาพยนตร์ Weathering With You พร้อมแปลเนื้อร้องภาษาไทย
RADWIMPS แรดวิมส์และการร่วมงานอีกรอบกับ มาโกโตะ ชิงไก
รีวิว Weathering With You ฤดูฝัน ฉันมีคุณ
ชินไค ฤดูฝัน ฉันมีคุณ
Weathering With You รีวิว ฤดูฝัน ฉันมีคุณ
นี่เป็นหนังที่ดูเรียบง่ายแต่สวยงามในเรื่องราวทุกรายละเอียด (แม้จะอ่านสปอยล์มาก็ตาม แต่ผู้เขียนก็ไม่คิดว่าจะทำให้คุณความดีงามของเรื่องนี้เปลี่ยนไป แต่ในงานรีวิวส่วนนี้จะไม่มีสปอยล์ครับ ถ้าต้องการอ่านเนื้อเรื่องสปอยล์ดูที่ท้ายรีวิวได้ครับ)

หนังสร้างเรื่องราวการใช้ชีวิตดิ้นรนแออัดกันอยู่ในเมืองใหญ่ของผู้คนอย่างมากที่เราพบเห็นกันชินตา แต่เลือกโฟกัสไปที่เด็กวัยรุ่น 2 คน โฮดากะ โมริชิมะ กับ ฮินะ อามาโนะ ที่พานพบมาพบกัน มองเห็นความลำบากในชีวิตของกันและกัน และร่วมฝ่าฝันอุปสรรคด้วยความคิดเรียบง่ายแบบเด็กๆ แต่ผลลัพธ์กลับส่งพลังอันยิ่งใหญ่ให้แก่ผู้คนในกรุงโตเกียว ที่ถูกเซ็ทแบ็คกราวด์ของเรื่องให้เป็นช่วงๆที่มีฝนตกแทบตลอดเวลา

ผู้กำกับชินไคใช้สภาวะอากาศเป็นตัวเล่าเรื่องและเปลี่ยนแปลงอารมณ์ของเรื่องราว กลายมาเป็นโทนเรื่องที่เหงา อบอุ่น ตลก สดใส และมีน้ำตาทั้งความเศร้าและความสุขไปกับสภาวะอากาศที่ผันแปรไปพร้อมกับเรื่องราวของตัวละคร และส่งต่อมายังผู้ชมได้อย่างน่าทึ่ง เหมือนเราเป็นคนในเมืองโตเกียวแห่งนี้ ที่ได้มารับรู้ “ความรักและความลับ” ของคน 2 คนที่ไม่มีใครเชื่อว่าเป็นจริงไปได้ เพราะเรื่องราวเหมือนดั่งเทพนิยาย ในยุคสมัยใหม่ที่ความเชื่อเรื่องเล่าขานตำนานต่างๆ ถูกกลบฝังหรือลบล้างด้วยคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ไปจนเกือบหมด

นี่จึงเป็นเรื่องราวมหัศจรรย์ในซอกมุมเล็กๆ ของเมืองหลวงศิวิไลซ์ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ เราจะได้มองว่าตัวละครหลักทั้งพระเอก นางเอก หรือแม้แต่ตัวละครสมทบในเรื่องใช้การตัดสินใจง่ายๆ กับทุกอุปสรรคปัญหาที่เผ่านาแบบคนจริงๆ ไม่ต้องมาปั้นแต่งให้มีความซับซ้อนของการตัดสินใจทำแต่ละเรื่องราวอะไรก็ตามแม้แต่จุดไคลแม็กซ์ของเรื่องที่ดูใหญ่โตทำให้เกิดผลเสียกับโลกก็ตามที ทำให้หนังเรื่องนี้สามารถเข้าถึงกุมหัวใจคนได้ง่ายๆ เพราะความธรรมดาที่แสนจับใจในเรื่องราวอย่างแท้จริง

รีวิว ฤดูฝัน ฉันมีคุณ
Weathering With You รีวิว ฤดูฝัน ฉันมีคุณ
ส่วนสำคัญอีกสิ่งที่ช่วยทำให้เรื่องนี้กุมหัวใจของผู้ชมได้ก็คือ ท่วงทำนองเพลงของ RADWIMPS ที่บรรจงแต่งแต่ละเพลงออกมาได้กินใจ (รับฟังเพลงหลักทั้งหมดพร้อมคำแปลคลิกที่นี่) แม้เราฟังไม่ออกไหมต้องมีซับบรรยายในส่วนนี้ (หนังมีคำแปลเนื้อร้อง) ก็รับรู้ได้ว่าตัวละครอยู่ในอารมณ์ไหนของเรื่องราว ซึ่งท่วงทำนองกลุ่มนี้ช่วยให้เรื่องราวในหนังดูสดใส อบอุ่น เศร้าหมอง แต่แฝงไว้ด้วยความสวยงามอยู่เสมอ ที่การันตีเลยว่าเพลงมาน้ำตาคลอแน่ๆ เพราะนี่คือชีวิตของคนจริงๆ ที่เราทุกคนเป็นอยู่กับเรื่องราวที่จับต้องได้ แต่แค่ผู้กำกับชินไคกับวง RADWIMPS ใส่ความมหัศจรรย์แฝงลงไปเพียงแค่นั้นซึ่งถ้าไม่ใช่ RADWIMPS มาแต่งเพลงให้เรื่องราวในหนังอาจจะไม่ได้ออกมาดีเท่านี้ก็เป็นได้ เพราะวงนี้มีส่วนร่วมกำหนดทิศทางของเรื่องราวให้กับทำนองเพลงนี้ตั้งแต่ทีแรกที่ร่วมงานกัน (คลิ๊กอ่านเรื่องราวการร่วมงานของทั้งคู่ได้ที่นี่ครับ) 

เทรลเลอร์ประกอบเพพอดีอย่างของ RADWIMPS (มีสปอยล์บางส่วนของหนัง)
hina
มุมเล็กๆ ในเมืองที่เป็นจุดเริ่มของปาฎิหาริย์ – Weathering With You รีวิว
นี่เป็นหนังที่ไม่คาดคิดว่าจะแตกต่างจากผลงานก่อน ด้วยเรื่องราวที่ธรรมดา แต่กินใจอย่างลึกซึ้งไม่แพ้กัน ส่วนตัวผู้เขียนกับ Your name ก็ยังไม่ได้รู้สึกลื่นไหลเปี่ยมด้วยอารมณ์เท่ากับเรื่องนี้ Your name หนังมีความซับซ้อน เล่าเรื่องยาก ด้วยท่ายาก หักมุมเล่นเรื่องราวใหญ่โต ซึ่งก็เป็นพล็อตที่กล้าหาญท้าทายและฉีกแนวจนจับใจผู้ชมทั่วโลก

Weathering With You

Weathering With You รีวิว ฤดูฝัน ฉันมีคุณ ถ้าให้จำกัดความของเรื่องนี้สั้นๆ ก็คงเป็น “เทพนิยายเล็กๆ ในเมืองใหญ่ เรื่องราวความลับของโลกที่มีเพียงเขากับคุณเท่านั้นที่รู้” นี่เป็นหนังที่เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน ไม่ต้องหักมุม ไม่ต้องมีอะไรอย่างมากในเรื่องราวเล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่ เป็นความเรียบง่ายแต่มหัศจรรย์ เป็นหนังที่มีแนวทางต่างออกไปจาก Your name อย่างสิ้นเชิง ไม่ควรจะนำมาเทียบกันเลย ผู้คนจำนวนมากอาจจะคิดว่า Your name คือที่สุดของผลงานของ “มาโกโตะ ชินไค” แล้วต้องทำหนังที่ยิ่งใหญ่หรือประสบความสำเร็จยิ่งขึ้นไปอีก แต่แท้จริงแล้วผลงานชิ้นนี้เป็นความตั้งมั่นเล่าเรื่องในมุมเล็กๆ ของเมืองใหญ่ รวมทั้งมุมเล็กๆ ในจิตใจคน ที่ท้องฟ้าสามารถเชื่อมโยงกับอารมณ์ของผู้คนได้ แค่เห็นฟ้าใสจิตใจก็เบิกบาน หรือฝนตกตลอดเวลาฟ้าปิดก็พาให้คนหม่นหมอง ซึ่งเป็นเรื่องของธรรมดาสามัญที่เราพบเห็นกันอยู่ทุกวัน แต่ผู้กำกับและเขียนบท “มาโกโตะ ชินไค” ได้แต่งแต้มหยดฝนมหัศจรรย์ลงไปในเรื่องราวธรรมดานี้ จนเปลี่ยนเป็นความอัศจรรย์ของเรื่องราว โดยที่ยังคงความเรียบง่ายของเรื่องราวพื้นฐานไว้เช่นเดิม กับแค่คนสองคน กับแค่ความรักความรู้สึกปกติธรรมดา ไม่ต้องยิ่งใหญ่หรือมีอะไรมาทำให้เป็นอุปสรรคอย่างมากแบบ Your name ดังนั้นไม่ต้องคาดหวังกับเรื่องราวอะไรก็แล้วแต่ในแนวทางของ Your name แม้หนังอาจจะมีบางช่วงที่เหมือนกันก็ตามที อย่างปมเด็กชนบทกับเด็กเมืองกรุง ความรักต่างวัย พหรมลิขิต แต่สิ่งกลุ่มนี้คือส่วนหนึ่งของลายเซ็นต์อันเป็นเอกลักษณ์ของชินไค มากกว่าที่จะเป็นเรื่องลอกสูตรหรือทำซ้ำอะไรก็แล้วแต่ทั้งสิ้น

บทความเสริมเรื่องราวคลิกอ่านต่อได้เลยครับ

Weathering With You รีวิว สปอยล์ วิเคราะห์ตัวละครแบบละเอียด
บทเพลงจากภาพยนตร์ Weathering With You พร้อมแปลเนื้อร้องภาษาไทย
RADWIMPS แรดวิมส์และการร่วมงานอีกรอบกับ มาโกโตะ ชิงไก
รีวิว Weathering With You ฤดูฝัน ฉันมีคุณ
ชินไค ฤดูฝัน ฉันมีคุณ
Weathering With You รีวิว ฤดูฝัน ฉันมีคุณ
นี่เป็นหนังที่ดูเรียบง่ายแต่สวยงามในเรื่องราวทุกรายละเอียด (แม้จะอ่านสปอยล์มาก็ตาม แต่ผู้เขียนก็ไม่คิดว่าจะทำให้คุณความดีงามของเรื่องนี้เปลี่ยนไป แต่ในงานรีวิวส่วนนี้จะไม่มีสปอยล์ครับ ถ้าต้องการอ่านเนื้อเรื่องสปอยล์ดูที่ท้ายรีวิวได้ครับ)

หนังสร้างเรื่องราวการใช้ชีวิตดิ้นรนแออัดกันอยู่ในเมืองใหญ่ของผู้คนอย่างมากที่เราพบเห็นกันชินตา แต่เลือกโฟกัสไปที่เด็กวัยรุ่น 2 คน โฮดากะ โมริชิมะ กับ ฮินะ อามาโนะ ที่พานพบมาพบกัน มองเห็นความลำบากในชีวิตของกันและกัน และร่วมฝ่าฝันอุปสรรคด้วยความคิดเรียบง่ายแบบเด็กๆ แต่ผลลัพธ์กลับส่งพลังอันยิ่งใหญ่ให้แก่ผู้คนในกรุงโตเกียว ที่ถูกเซ็ทแบ็คกราวด์ของเรื่องให้เป็นช่วงๆที่มีฝนตกแทบตลอดเวลา

ผู้กำกับชินไคใช้สภาวะอากาศเป็นตัวเล่าเรื่องและเปลี่ยนแปลงอารมณ์ของเรื่องราว กลายมาเป็นโทนเรื่องที่เหงา อบอุ่น ตลก สดใส และมีน้ำตาทั้งความเศร้าและความสุขไปกับสภาวะอากาศที่ผันแปรไปพร้อมกับเรื่องราวของตัวละคร และส่งต่อมายังผู้ชมได้อย่างน่าทึ่ง เหมือนเราเป็นคนในเมืองโตเกียวแห่งนี้ ที่ได้มารับรู้ “ความรักและความลับ” ของคน 2 คนที่ไม่มีใครเชื่อว่าเป็นจริงไปได้ เพราะเรื่องราวเหมือนดั่งเทพนิยาย ในยุคสมัยใหม่ที่ความเชื่อเรื่องเล่าขานตำนานต่างๆ ถูกกลบฝังหรือลบล้างด้วยคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ไปจนเกือบหมด

นี่จึงเป็นเรื่องราวมหัศจรรย์ในซอกมุมเล็กๆ ของเมืองหลวงศิวิไลซ์ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ เราจะได้มองว่าตัวละครหลักทั้งพระเอก นางเอก หรือแม้แต่ตัวละครสมทบในเรื่องใช้การตัดสินใจง่ายๆ กับทุกอุปสรรคปัญหาที่เผ่านาแบบคนจริงๆ ไม่ต้องมาปั้นแต่งให้มีความซับซ้อนของการตัดสินใจทำแต่ละเรื่องราวอะไรก็ตามแม้แต่จุดไคลแม็กซ์ของเรื่องที่ดูใหญ่โตทำให้เกิดผลเสียกับโลกก็ตามที ทำให้หนังเรื่องนี้สามารถเข้าถึงกุมหัวใจคนได้ง่ายๆ เพราะความธรรมดาที่แสนจับใจในเรื่องราวอย่างแท้จริง

รีวิว ฤดูฝัน ฉันมีคุณ
Weathering With You รีวิว ฤดูฝัน ฉันมีคุณ
ส่วนสำคัญอีกสิ่งที่ช่วยทำให้เรื่องนี้กุมหัวใจของผู้ชมได้ก็คือ ท่วงทำนองเพลงของ RADWIMPS ที่บรรจงแต่งแต่ละเพลงออกมาได้กินใจ (รับฟังเพลงหลักทั้งหมดพร้อมคำแปลคลิกที่นี่) แม้เราฟังไม่ออกไหมต้องมีซับบรรยายในส่วนนี้ (หนังมีคำแปลเนื้อร้อง) ก็รับรู้ได้ว่าตัวละครอยู่ในอารมณ์ไหนของเรื่องราว ซึ่งท่วงทำนองกลุ่มนี้ช่วยให้เรื่องราวในหนังดูสดใส อบอุ่น เศร้าหมอง แต่แฝงไว้ด้วยความสวยงามอยู่เสมอ ที่การันตีเลยว่าเพลงมาน้ำตาคลอแน่ๆ เพราะนี่คือชีวิตของคนจริงๆ ที่เราทุกคนเป็นอยู่กับเรื่องราวที่จับต้องได้ แต่แค่ผู้กำกับชินไคกับวง RADWIMPS ใส่ความมหัศจรรย์แฝงลงไปเพียงแค่นั้นซึ่งถ้าไม่ใช่ RADWIMPS มาแต่งเพลงให้เรื่องราวในหนังอาจจะไม่ได้ออกมาดีเท่านี้ก็เป็นได้ เพราะวงนี้มีส่วนร่วมกำหนดทิศทางของเรื่องราวให้กับทำนองเพลงนี้ตั้งแต่ทีแรกที่ร่วมงานกัน (คลิ๊กอ่านเรื่องราวการร่วมงานของทั้งคู่ได้ที่นี่ครับ) 

เทรลเลอร์ประกอบเพพอดีอย่างของ RADWIMPS (มีสปอยล์บางส่วนของหนัง)
hina
มุมเล็กๆ ในเมืองที่เป็นจุดเริ่มของปาฎิหาริย์ – Weathering With You รีวิว
นี่เป็นหนังที่ไม่คาดคิดว่าจะแตกต่างจากผลงานก่อน ด้วยเรื่องราวที่ธรรมดา แต่กินใจอย่างลึกซึ้งไม่แพ้กัน ส่วนตัวผู้เขียนกับ Your name ก็ยังไม่ได้รู้สึกลื่นไหลเปี่ยมด้วยอารมณ์เท่ากับเรื่องนี้ Your name หนังมีความซับซ้อน เล่าเรื่องยาก ด้วยท่ายาก หักมุมเล่นเรื่องราวใหญ่โต ซึ่งก็เป็นพล็อตที่กล้าหาญท้าทายและฉีกแนวจนจับใจผู้ชมทั่วโลก

DevilMan Crybaby

ในเนื้อหา Devilman Crybaby ภาคนี้มีการปรับเนื้อเรื่องให้กระชับจากของอย่างเวอร์ชั่นเก่ามากขึ้น โดยมีทั้งฉากฉากต่อสู้นี้ไม่ต้องพูดความร้ายแรงทางเพศและเนื้อหาที่ร้ายแรง ยิ่งพวกถึง ถ้าหากคนไหนที่ไม่ชอบก็แนะนำให้ผ่านเรื่องนี้ไปได้เลยครับ เพราะเนื้อหาเล่นกับข้อความสำคัญจิตใจของมนุษย์พอสมควรเลย โดยเนื้อหาจะค่อยๆ ร้ายแรงขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละตอน เหมือนด่ำดิ่งไปในใต้น้ำที่ลึกไปเรื่อยๆ ด่ำดิ่งไปกับความเห็นแก่ตัวในมนุษย์ที่คิดแต่ให้ชีวิตตัวเองรอดแม้จะแลกด้วยชีวิตของคนอื่นก็ตาม สิ่งใดที่เหมือนเป็นภัยร้ายจำเป็นต้องถูกกำจัดทิ้งเหมือนได้ย้อนไปสมัยล่าแม่มดอีกทีหนึ่ง แต่เนื้อหาความร้ายแรงของ เดวิลแมน ครายเบบี้ ทั้งเนื้อหาและภาพที่สื่อค่อนข้างเบากว่าเวอร์ชั่นเก่ามากพอสมควรเพราะลง เน็ตฟลิกซ์ เลยต้องปรับเนื้อหาให้เบาลง แต่จะมีลูกเล่นอย่างอื่นที่จะมาเล่นกับความรู้สึกกับความผูกผันของตัวละครแทน ส่วนนิสัยตัวละครเรื่องนี้ค่อนข้างแบ่งกันชัดเจน มีตัวละครที่คิดแบบโลกสดใส เทา และความเป็นจริง อย่างเช่น อากิระ จะเป็นตัวละครสไตล์พระเอกเลยเรียนรู้ไปเรื่อยๆและพบกับความจริงที่โหดร้าย ทำให้ตัวเองต้องเปลี่ยนแปลงไป, มิกิ จะเป็นคนคิดแง่บวกไปหมด เป็นตัวละครตัวเดียวที่เป็นคนประเภทนี้เลยก็ว่าได้จากเรื่องนี้ และ เรียว มองโลกตามความเป็นจริงในเรื่องนี้ เรียว กล่าวได้ว่ามองตามความเป็นจริงสุดแล้วเป็นตัวละครที่มีแผนมาตั้งแต่ต้นยันจบเลย ซึ่งเรื่องคาแรคเตอร์นี้แหละที่ทำให้เรื่องนี้มันสนุก ได้ลุ้นไปกับตัวละคร และอยากเอาใจช่วยไปกับเหล่าตัวละคร

[รีวิว] DevilMan Crybaby อนิเมะรีเมคแอนตี้ฮีโร่ที่สุดของความเถื่อนดิบ [18+] 2
Devilman Crybaby
จากเนื้อหาที่ถูกตัดค่อนข้างเยอะและทำให้กระชับขึ้น การเล่าเรื่องความผูกผันของตัวละครบางตัวที่น้อยเกินไปทำให้ผู้ชมอาจจะไม่ได้มีความสนใจมากพอให้เราผูกผันไปด้วยกับ 10 ตอนที่อนิเมะเรื่องนี้ได้นำเสนอ และการเล่าเรื่องอะไรบางอย่างดูเร็วไปหมดในบางฉากอาจจะทำให้ไม่ค่อยหวือหวาเท่าที่ควรสักเท่าไหร่ ตัวร้ายที่ไม่มีความน่าจดจำเลยทั้งที่มันเหมือนจะมีปมเกี่ยวกับตัวเอกแต่ใช้แล้วทิ้ง และหัวข้อบางสิ่งบางอย่างในเรื่องที่ยังไม่เปิดเผยที่มาและอดีตของ อาม่อน ส่วนถ้ามีจำนวนตอนที่มากกว่านี้และเก็บลายละเอียดพวกนี้หมดละก็บอกได้เลยว่ามัดใจคนดูส่วนใหญ่ได้อย่างแน่ๆ ส่วนถ้าใครอยากติดตามแบบต้นฉบับควรติดตามจากมังงะได้เลย ซึ่งปัจจุบันอาจจะหนังสือหายากแล้ว และลิขสิทธิ์ในเมืองไทยก็ยังไม่มีอีกด้วย มีแค่ค่ายพิมพ์เถื่อนในอดีตกาลที่นำมาทำ ส่วนสไตล์งานภาพแตกต่างจากต้นฉบับอย่างแน่ๆเพื่อให้ให้กับยุคสมัยใหม่และมีความโหดดิบมากขึ้น ปีศาจที่โผล่ออกมามีความน่าเกลียดน่ากลัวอย่างชัดเจน บวกกับงานภาพแนวนี้ที่กับตัวปีศาจบอกเลยว่าน่ากลัวมากๆ ถึงงานมันจะเผาบ้างก็เถอะตามสไตล์เมะญี่ปุ่นที่ต้องมีกัน

[รีวิว] DevilMan Crybaby อนิเมะรีเมคแอนตี้ฮีโร่ที่สุดของความเถื่อนดิบ [18+] 3
อาม่อน Amon -Devilman-
โดยรวมๆเรื่องนี้ถ้าใครต้องความดิบเถื่อนไม่สนใจอะไรก็ควรมาดูเลย มันดีมากๆถึงแม้อาจจะไม่ได้ดีที่สุดก็ตาม ทั้งภาพ ทั้งฉาก และเนื้อหา เมะแนวนี้ไม่ได้มีให้เห็นบ่อยๆกันนะ ส่วนถ้าใครอินตามเรื่องมันจะหดหู่พอสมควรในหลายๆฉาก ส่วนคนที่ไม่ต้องการแนวนี้หรือเครียดจากงานมีภาวะทางจิตใจควรเลี่ยงเรื่องนี้เลย เพราะมันจะทำให้จิตตกได้ทั้งเรื่อง เลยไม่แนะนำให้ดูเรื่องนี้เลย